APDForum.com คือนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ฉบับออนไลน์ ซึ่งเป็นนิตยสารทางการทหารที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สามเดือน โดยผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก APDForum.com เป็นสารคดีข่าวและการวิเคราะห์เกี่ยวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในแถบแปซิฟิกโดยนักข่าวประจำ APDForum.com และนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นในระดับนานาชาติสำหรับเจ้าหน้าที่ทางทหารของภูมิาคเอเชียและแปซิฟิก

อินโดนีเซียพร้อมเป็นผู้นำอาเซียน

2011-11-23
โดย แลร์รี่ ลักซ์เนอร์
ดิโน ปัตติ ดจาลาล ทูตอินโดนีเซียประจำสหรัฐฯ [โดยความอนุเคราะห์ของสถานทูตอินโดนีเซีย กรุงวอชิงตัน]

ดิโน ปัตติ ดจาลาล ทูตอินโดนีเซียประจำสหรัฐฯ [โดยความอนุเคราะห์ของสถานทูตอินโดนีเซีย กรุงวอชิงตัน]

วอชิงตัน - นามบัตรของทูตส่วนใหญ่ในวอชิงตันมักระบุชื่อ ตำแหน่ง และหมายเลขโทรศัพท์หรือแม้แต่ที่อยู่อีเมลในรูปแบบดั้งเดิมที่คุ้นตา

แต่นามบัตรของ ดิโน ปัตติ ดจาลาล กลับมีข้อมูลมากมายเต็มไปหมด

ด้านหน้าประกอบไปด้วยภาพสีของทูตอินโดนีเซียในสหรัฐฯ ยืนติดกับธงแดงขาวของอินโดนีเซีย ด้านหลังประทับด้วยแผนที่สีแดงแสดง 17,508 เกาะที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย

บนบัตรใบเล็กนี้มีทั้งหมายเลขโทรศัพท์มือถือของ ดจาลาล แฟกซ์ ที่อยู่อีเมล เว็บไซต์ และบัญชีผู้ใช้ ทวิตเตอร์ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเทศของตน อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก และยังเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย จึงถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในประเทศมีป่าร้อนชื้นมากถึงร้อยละ 30 ของโลก อีกทั้งยังเป็นสมาชิกในกลุ่ม จี-20 และเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งประชาคมอาเซียนรวมทั้งอยู่ในกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอีกด้วย

อินโดนีเซียได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและเอเชียตะวันออกครั้งที่หก

ดจาลาลจะมีโอกาสมากมายที่จะได้พูดคุยเกี่ยวกับอินโดนีเซียประเทศที่เขารักขณะเป็นเจ้าภาพงานประชุมสุดยอดอาเซียนในฐานะประธานสมาคมประชาชาติอาเซียนครั้งที่ 19 รวมทั้งในงานประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่หก งานประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกมีกำหนดจัดขึ้นที่บาหลี โดยบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้พร้อมกับวลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย รวมทั้งผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และนิวซีแลนด์ และประเทศในกลุ่มอาเซียนอีก 10 ประเทศ

“ปัจจุบันเราถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ" ดจาลาล อายุ 46 ปีกล่าว "ระบอบประชาธิปไตยของเราก็มีความเข้มแข็ง พื้นฐานทางสังคมมีความแข็งแกร่ง และในระบบเศรษฐศาสตร์จุลภาคเราก็มีปัจจัยเอื้ออยู่หลายประการ อินโดนีเซียเป็นสมาชิกของกลุ่ม จี-20 ซึ่งทำให้เราเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เราไม่ถือว่าอินโดนีเซียเป็นมหาอำนาจเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในระดับโลก”

ในส่วนของโอบาม่า งานประชุมสุดยอดครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการเยี่ยมเยียนบ้านเก่าสมัยวัยเด็ก โอบาม่าใช้ชีวิตวัยเด็กในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ในแถบชานเมืองชั้นสูงของจาการ์ต้าที่ Menteng เด็กชายโอบาม่าที่จะก้าวสู่ความเป็นประธานาธิบดีในอนาคตศึกษาหลักศาสนาอิสลามที่ โรงเรียนประถมศึกษาบีซูกิ ศาสนาที่ประชาชนอินโดนีเซียร้อยละ 88 นับถือ ขณะเดินทางกลับมาในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อหนึ่งปีก่อนในเดือนเดียวกัน โอบาม่าได้เดินทางมาแสดงความเคารพที่สุเหร่า Istiqlal หนึ่งในสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ดจาลาล กล่าวว่าความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศไม่ได้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่เกิดขึ้นจากปณิธานที่มีร่วมกัน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางยุทธศาสตร์ร่วมกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2553

“ก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายปี ประเทศที่ต่างฝ่ายให้ความสำคัญคือสิทธิมนุษยชน" ดจาลาล กล่าว “แต่นั่นเป็นอดีตไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของเราเป็นการมองไปข้างหน้า ไม่ได้ยึดอยู่ที่ประเด็นใดเป็นการเฉพาะ แต่ครอบคลุมแนวทางด้านความร่วมมือในหลาย ๆ ด้าน”

การต่อต้านการก่อการร้าย

หนึ่งในเป้าหมายร่วมกันคือการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่โบสถ์ในยะวา โดยกลุ่มอิสลามคลั่งศาสนาที่มีความเกี่ยวข้องกับการโจมตีสองครั้งก่อนหน้านี้ ได้แก่ เหตุระเบิดปี พ.ศ. 2547 นอกสถานทูตออสเตรเลียที่จาการ์ต้าซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และเหตุระเบิดไนท์คลับปี พ.ศ. 2545 ที่บาหลีซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 202 ราย ประกอบไปด้วยชาวออสเตรเลีย 88 รายและชาวอินโดนีเซีย 38 ราย

เมื่อเร็ว ๆ นี้กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารของอินโดนีเซียได้ประกาศว่าจะปิดเว็บไซต์ 900 แห่งที่มีข้อความหรือภาพที่แสดงออกถึงความรุนแรง โดยได้มีการบล็อกเว็บไซต์ไว้แล้วถึง 300 แห่ง

“กลุ่มหัวรุนแรงมีอยู่ไม่มากนักและเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ในอินโดนีเซีย ทั้งนี้ในประเทศที่มีประชากรมากถึง 235 ล้านคน กลุ่มเล็ก ๆ ดังกล่าวก็สามารถสร้างปัญหาได้เช่นกัน" ดจาลาล กล่าว “เรายอมรับความเป็นจริงว่าเราอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายได้อย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จัดโครงการปรับเปลี่ยนแนวคิดโดยเปิดโอกาสให้ครูสอนศาสนาอิสลามได้พูดคุยกับผู้ก่อการร้ายที่ถูกควบคุมตัวและปรับเปลี่ยนความเชื่อมทางศาสนาของบุคคลเหล่านี้ หลายคนถูกล้างสมองจนเชื่อว่าแนวทางความรุนแรงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนถูกฝึกอบรมจากปากีสถานและอัฟกานิสถาน บางคนถูกฝึกมาจากฟิลิปปินส์ หนึ่งสัปดาห์ก่อนบินลาเดนจะถูกสังหาร [ที่อับบอททาบาด ในปากีสถาน] อูมาร์ ปาเตก ผู้ก่อการร้ายชาวอินโดนีเซียที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่บาหลีในปี พ.ศ. 2545 ถูกจับกุมได้ในเมืองเดียวกันนี้”

ชาวอิสลามกับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาอื่น ๆ

ดจาลาล กล่าวว่าอินโดนีเซียไม่สนับสนุนกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง

“เพื่อฟื้นฟูศาสนาอิสลามสู่ความรุ่งเรือง เราต้องไม่นำพาศาสนาของเรากลับไปในยุคศตวรรษที่ 13 ชาวมุสลิมจะต้องมองไปข้างหน้าและไม่กลัวกับกระแสความเปลี่ยนแปลงในโลก ปัญหาก็คือเรามักยึดติดอยู่กับความรุ่งเรืองของอิสลามในสมัยก่อน”

ในทางกลับกัน ดจาลาลกล่าวว่า ชาวมุสลิมควรเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ และศาสนาอื่น ๆ “การแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันและการเรียนรู้จากกันและกันจะทำให้ชาวมุสลิมมีความเข้มแข็งและดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เราไม่เชื่อว่าจะมีเพียงแนวทางเดียว แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างผสมผสาน" ดจาลาล กล่าวอีกว่าแม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในโลก แต่กลุ่มหัวรุนแรงกลับสร้างอิทธิพลของต่อประชาชนของเขาได้น้อยมาก

“เมื่อเรามีความเป็นตัวของตัวเอง เราก็จะไม่มุ่งผลักดันอุดมคติที่จะก่อตั้งรัฐอิสลามโดยไม่มองสิ่งรอบตัว" “นี่คือแนวคิดที่ใช้ได้จริง เนื่องจากแม้ว่าเราจะมีชาวมุสลิมมากถึงร้อยละ 88 แต่เราก็มีชาวคริสในตอนกลางและแถบตะวันออกของอินโดนีเซีย รวมทั้งชาวฮินดูในบาหลี เราต้องการให้อินโดนีเซียเป็นบ้านที่พร้อมเปิดต้อนรับทุกศาสนา

“สิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาคือความลงตัวระหว่างระบอบประชาธิปไตยและชาวอิสลาม หลายคนแย้งว่าหากเราเป็นรัฐประชาธิปไตย กลุ่มอิสลามก็จะลุกฮือและกดดันให้มีการก่อตั้งรัฐอิสลามขึ้น แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตรงกันข้าม กลุ่มอิสลามกลับเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย”

ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็มีความโดดเด่นในด้านเศรษฐกิจไม่แพ้กัน เศรษฐกิจของประเทศมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศต่อประชากร ที่ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจจะไม่เคยพุ่งสูงไปถึงร้อยละ 545 อย่างในช่วงปี พ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ. 2523 แต่อินโดนีเซียก็สามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันได้อย่างรวดเร็ว

ในช่วงปีเดียวกันก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ปรับลดตัวเลข GDP คาดการณ์ลงจากร้อยละ 6.7 เป็นร้อยละ 6.4 ซึ่งเป็นระดับที่สหรัฐฯ หรือยุโรปไม่สามารถทำได้ในปัจจุบัน

“เรามีพื้นฐานภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ความต้องการภายในประเทศจึงค่อนข้างสูง" ดจาลาล กล่าว "ประการที่สอง เรามีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจอย่างจริงจังนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เราได้รับบทเรียนจากวิกฤตทางการเงินในปี [2540 ในเอเชีย] ด้วยเหตุนี้สถานบันการเงินของเราจึงแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก”

ปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกถือเป็นวาระสำคัญระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่บาหลีในเดือนนี้ เช่นเดียวกับปัญหาความตึงเครียดกรณีหมู่เกาะสแปรตลีย์ซึ่งมีแนวปะการังมากถึง 750 จุด พร้อมกับเกาะเล็ก ๆ ครอบคลุมพื้นที่ 425,000 ตารางกิโลเมตรในมหาสมุทร ซึ่งถูกอ้างกรรมสิทธิ์โดยจีน ไต้หวัน มาเลเซีย บรูไน เวียดนามและฟิลิปปินส์

ระหว่างเดือนพฤษภาคมนี้ กองเรือของกองทัพจีนได้ยิงเรือหาปลาสัญชาติเวียดนามถึงสี่ลำที่ออกหาปลานอกแนวชายฝั่งของเกาะหลายแห่ง ในช่วงปลายเดือนเดียวกัน เบนินโย อาควิโน III ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้ประกาศเตือนรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของจีนเกี่ยวกับการตอบโต้หากปัญหาการโต้แย้งนี้รุนแรงมากขึ้น

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนปัจจุบัน: 3.5 / 5 (372 ลงคะแนน)
 

ไม่มีความเห็นสำหรับบทความนี้ คุณต้องการเสนอความเห็นเป็นคนแรกหรือไม่

 
ส่งความเห็น

นโยบายว่าด้วยการแสดงข้อคิดเห็นของ APD Forum

*ฟิลด์บังคับ




1500 อักขระที่สามารถพิมพ์ได้ (1500 อักขระสูงสุด)

Button