APDForum.com คือนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ฉบับออนไลน์ ซึ่งเป็นนิตยสารทางการทหารที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สามเดือน โดยผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก APDForum.com เป็นสารคดีข่าวและการวิเคราะห์เกี่ยวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในแถบแปซิฟิกโดยนักข่าวประจำ APDForum.com และนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นในระดับนานาชาติสำหรับเจ้าหน้าที่ทางทหารของภูมิาคเอเชียและแปซิฟิก

อินเดียอวดโฉมเครื่อง ซี-130 ในวันชาติ

2012-04-30
โดย มาร์ติน เซียฟฟ์
เอ.เค. แอนโทนี รัฐมนตรีกลาโหมของอินเดีย (คนกลาง) พลอากาศเอก พีวี เนียก และ เทชเวอร์ ซิงห์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศ ด้านหน้าเครื่อง ซี-130เจ-30 ซุปเปอร์ เฮอร์คิวเลส ภายหลังการส่งมอบที่ฐานทัพอากาศฮินดันในอุตรประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับภารกิจให้บินนำฝูงในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นวันชาติของอินเดีย[รอยเตอร์]

เอ.เค. แอนโทนี รัฐมนตรีกลาโหมของอินเดีย (คนกลาง) พลอากาศเอก พีวี เนียก และ เทชเวอร์ ซิงห์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศ ด้านหน้าเครื่อง ซี-130เจ-30 ซุปเปอร์ เฮอร์คิวเลส ภายหลังการส่งมอบที่ฐานทัพอากาศฮินดันในอุตรประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับภารกิจให้บินนำฝูงในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นวันชาติของอินเดีย[รอยเตอร์]

กองทัพอากาศอินเดียอวดโฉมฝูงบินใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจัดซื้อเมื่อวันที่ 26 มกราคม เครื่องบินลำเลียง ซี-130เจ หรือ ซุปเปอร์ เฮอร์คิวเลส ของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน บินเหนือ รัชพาธ คอมเพล็กซ์ ที่นิวเดลีระหว่างวันชาติ

เครื่อง ซี-130เจ สามลำเข้าร่วมในงานแสดงการบินประจำปี โดยในปีนี้มีเครื่องบินที่ร่วมบินทั้งหมด 29 ลำ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่เครื่องบินสัญชาติอเมริกันได้รับโอกาสในการเข้าร่วมบินระหว่างวันชาติเพื่อระลึกถึงการประกาศอิสรภาพของอินเดียโดยอังกฤษเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2473 [อินเดียเป็นเอกราชอย่างแท้จริงเกือบ 18 ปีหลังจากนั้นในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2490]

ทั้งนี้การร่วมบินของซุปเปอร์ เฮอร์คิวเลส ระหว่างวันชาติไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวที่มีนัยสำคัญทางสัญลักษณ์เท่านั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้อินเดียได้มีการสั่งซื้อเครื่อง ซี-130เจ หกลำเป็นราคารวมประะมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สัญญาจัดซื้อนี้ถือเป็นข้อตกลงการจัดซื้อเครื่องบินที่มีมูลค่าสูงที่สุดที่เคยมีมาระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ โดยแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดด้านความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างประเทศประชาธิปไตยขนาดใหญ่ทั้งสองประเทศนี้

นอกจากนี้ กองทัพอากาศและกองกำลังพิเศษของอินเดียยังมีความจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถทางอากาศอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถรองรับปฏิบัติการด้านความมั่นคงภายในได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

"กองทัพอากาศอินเดียมีความยินดีอย่างยิ่งกับการส่งมอบเครื่อง ซี-130เจ อเมริกันหลังจากเว้นช่วงไปนานถึงสองทศวรรษหลังจากการจัดซื้อเครื่อง ซุปเปอร์ คอนนี่ และนี่ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของทั้งสองประเทศ" เครื่องบินสัญชาติสหรัฐฯ ลำล่าสุดที่กองทัพอากาศอินเดียใช้คือ ล็อกฮีด ซุปเปอร์ คอนสเตลเลชั่น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก ล็อกฮีด มาร์ติน กล่าวชื่นชมการตัดสินใจซื้อเครื่องบินของอินเดียในครั้งนี้

"มีคำขวัญหลายคำที่อยู่เบื้องหลังความพยายามในการปรับปรุงกองทัพอากาศของอินเดีย เช่น ทัช เดอะ สกาย วิท กลอรี่" ลอร์เรน มาร์ติน รองประธานของล็อกฮีด มาร์ติน ภายใต้โครงการจัดซื้อเครื่อง C-130 กล่าว

เครื่อง ซี-130 ถือเป็นเครื่องบินทหารที่เก่าที่สุดที่ยังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และถือเป็นหนึ่งในสี่เครื่องบินทหารที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 50 ปี [เครื่องรุ่นอื่นได้แก่เครื่องบินทิ้งระเบิด ทูโพเลฟ ทียู-95 ของสหภาพโวเวียต/รัสเซีย เครื่อง บินทิ้งระเบิด โบอิ้ง เคซี-135 สตราโตแทงเกอร์ และ โบอิ้ง บี-52 สตราโตเฟอร์เทรส ของสหรัฐฯ]

อิสราเอลเลือกใช้เครื่อง ซี-130 เพื่อออกปฏิบัติการช่วยเหลือ เอ็นเทบบี ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญระหว่างวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2519

เครื่อง ซี-130 เป็นเครื่องบินทหารเพียงลำเดียวในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งมีการผลิตอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี โดยมีการผลิตมาแล้วถึง 40 รุ่นที่ถูกใช้ในกว่า 60 ประเทศ และยังคงถูกใช้โดย กองทัพอากาศและนาวิกโยธิน สหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

เครื่อง ซี-130 เริ่มออกบินครั้งแรกในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2497 ทั้งนี้คุณสมบัติที่หลากหลายของเครื่องบินดังกล่าว โครงสร้างที่แข็งแกร่งและราคาที่คุ้มค่าทำให้เครื่องบินรุ่นนี้ได้รับความนิยมจากกองทัพในหลายประเทศทั่วโลก เครื่องรุ่นล่าสุดที่ IAF จัดซื้อคือรุ่น เจ ซึ่งผลิตมาตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 1990 โดยมีระบบการบินและอุปกรณ์ที่ทันสมัยค่อนข้างสมบูรณ์แบบ

เครื่อง ซี-130เจ ซุปเปอร์ เฮอร์คิวเลส มีพิสัยการบินที่ 2,360 ไมล์ [3,800 กิโลเมตร] สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 92 คนหรือกองกำลังที่ติดอาวุธครบได้ถึง 64 นาย) เครื่องรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 45,000 ปอนด์ หรือ 20,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังสามารถลำเลียงรถฮัมวีได้สองถึงสามคัน รถสายพานลำเลียงหุ้มเกราะ M113 สองคัน [APC] มีการผลิตเครื่อง ซี-130เจ ถึง 200 ลำจนถึงช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2010 เครื่อง ซี-130เจ มีพิกัดความเร็วปกติที่ 336 ไมล์ต่อชั่วโมง [mph] หรือ 540 กิโลเมตรต่อชั่วโมง [km/h] และพิกัดความเร็วสูงสุดที่ 366 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 592 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เครื่องรุ่นนี้ติดตั้งใบพัดขนาดหกใบสี่ตัว พร้อมเครื่องยนต์ แอลลิสัน ที56 เอ-15 ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง และมีต้นทุนในการบินต่ำกว่าเครื่องเจ็ตรุ่นใหม่อื่น ๆ มาก นอกจากนี้ ยังสามารถลงจอดบนรันเวย์ช่วงสั้นหรือพื้นหญ้าได้

เครื่อง ซี-130เจ สามารถลอยตัวได้ภายในระยะ 3,586 ฟุต หรือ 1,093 เมตรที่น้ำหนักลอยตัวเบื้องต้น (รวมน้ำหนัก) 155,000 ปอนด์หรือ 70,000 กิโลกรัม เครื่องสามารถลอยตัวได้ภายในระยะ 1,400 ฟุต หรือ 427 เมตรที่น้ำหนักลอยตัวเบื้องต้นที่ 80,000 ปอนด์หรือ 36,300 กิโลกรัม

คุณสมบัติในการลอยตัวที่สั้นมาก และการลงจอดที่ไม่ยุ่งยากคือปัจจัยสำคัญด้านเทคนิคในการจัดซื้อของอินเดีย เนื่องจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษและหน่วยลำเลียงอากาศยานอาจต้องปฏิบัติการในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง หรือพื้นที่ทวีปย่อยซึ่งอาจไม่มีรันเวย์อยู่และการเข้าถึงทำได้อย่าง การใช้เครื่องบินเจ็ตลำเลียงแบบเก่าของอินเดียรุ่น Ilyushin Il-76 ของโซเวียต/รัสเซียจึงอาจมีข้อจำกัดหลายอย่าง

ข้อจำกัดนี้ได้รับการตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนหลังเกิดเหตุโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายที่มุมไบเมื่อปี 2008 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน กองกำลังพิเศษของอินเดียเกิดความล่าช้าอย่างมากในการลำเลียงกำลังพลปฏิบัติการพิเศษและยุทโธปกรณ์ไปยังมุมไบเพื่อควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากไม่มีเครื่อง Il-76 ที่พร้อมใช้งานในเวลานั้น รวมทั้งมีข้อจำกัดด้านการลำเลียงเนื่องจากไม่มีศูนย์การบินที่สามารถรองรับเครื่อง Il-76 ได้

ซี-130 เป็นเครื่องบินเอนกประสงค์ที่สามารถใช้ในปฏิบัติการลำเลียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมีความแข็งแรง ทนทาน และควบคุมได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีประวัติด้านความปลอดภัยที่โดดเด่นมาก

เครื่องรุ่น เจ มีจุดเด่นที่สามารถทนต่ออุณหภูมิที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในอินเดียได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับลานบินที่มีข้อจำกัดมากมาย และไม่มีไฟสัญญาณแจ้งได้ กำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นของรุ่น เจ ทำให้ขีดความสามารถในการลำเลียงไม่ลดลงมากถึงร้อยละ 50-60 เมื่อเทียบกับเครื่องบินเจ็ตลำเลียงรุ่นใหม่ ๆ เมื่อต้องปฏิบัติการในสภาพอากาศที่ "ร้อนหรือเย็นจัด"

เครื่อง ซี-130เจ ตัวใหม่ยังช่วยให้ IAF สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น เครื่องซุปเปอร์ เฮอร์คิวเลส สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องบินจู่โจม [รุ่น เอเอส-130] หรือแม้แต่ในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย หรือปฏิบัติการลาดตระเวนทางทะเล พิสัยการบินที่มากถึง 2,300 ไมล์ทำให้บินต่อเนื่องได้นานกว่าเจ็ดชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับน้ำหนักได้เป็นจำนวนมากซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้เครื่องได้รับความสนใจมากที่สุด

นอกจากนี้เครื่อง ซี-130เจ ยังสามารถใช้เป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ เครื่องบินสำหรับโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือเครื่องบินเพื่อการอพยพด้านการแพทย์ เครื่องบินรุ่นนี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายเนื่องจากต้นทุนในการจัดซื้อที่ต่ำและการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก

ผู้บริหารของ ล็อกฮีด มาร์ติน เชื่อว่าการเข้าประจำการของเครื่อง ซี-130เจ หกลำแรกจะทำให้กองทัพอากาศอินเดียไม่ผิดหวังและอาจตัดสินใจซื้อเพิ่มเติม

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนปัจจุบัน: 3.2 / 5 (255 ลงคะแนน)
 
 
ส่งความเห็น

นโยบายว่าด้วยการแสดงข้อคิดเห็นของ APD Forum

*ฟิลด์บังคับ




1500 อักขระที่สามารถพิมพ์ได้ (1500 อักขระสูงสุด)

Button

ความเห็นจากผู้อ่าน

 

sathishbabu เมื่อ 11/08/2012 ที่ 04:25AM

ผมรู้สึกภูมิใจที่เป็นคนอินเดีย แต่ผมจะรู้สึกภูมิใจในประเทศถ้าเรายิ่งใหญ่ได้ด้วยตัวของตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือป้องกันจากประเทศอื่น เราอาจพูดได้ว่าเราแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะประเทศที่จัดหาอาวุธให้แก่เรา ดังนั้นให้คิดให้ดีนึกถึงสังคมโดยรวม รวมทั้งแผ่นดินแม่ไว้เป็นสำคัญ

sujit kumar das เมื่อ 19/07/2012 ที่ 09:44AM

รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นคนอินเดีย และหวังว่ากองทัพอากาศอินเดียจะเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ในที่สุด

b k ray เมื่อ 06/07/2012 ที่ 08:07AM

ผมรู้สึกพอใจกับการจัดซื้อของกองทัพอากาศอินเดีย แต่กองทัพก็จะต้องผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

Dr.Pravin Kumar Verma เมื่อ 25/06/2012 ที่ 02:56AM

อินเดียรู้สึกภูมิใจที่มี C130J

Indian เมื่อ 06/06/2012 ที่ 09:30PM

น่าอับอายอย่างยิ่งที่ประเทศใหญ่อย่างเราไม่สามารถผลิตเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพเป็นของตนเองได้ ต้องโทษฝ่ายทหารและวิศวกรรม ในทางกลับกันผู้นำของเรากลับถ่ายภาพกับยุทโธปกรณ์ที่ซื้อมาได้อย่างหน้าระรื่นเหมือนกับว่าเราพัฒนาและออกแบบเอง การซื้อเครื่องบินจากประเทศอื่นเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้นำเหล่านี้กำลังนำประเทศไปในทิศทางใด แล้วจะบอกว่า อินเดียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร!