APDForum.com คือนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ฉบับออนไลน์ ซึ่งเป็นนิตยสารทางการทหารที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สามเดือน โดยผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก APDForum.com เป็นสารคดีข่าวและการวิเคราะห์เกี่ยวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในแถบแปซิฟิกโดยนักข่าวประจำ APDForum.com และนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นในระดับนานาชาติสำหรับเจ้าหน้าที่ทางทหารของภูมิาคเอเชียและแปซิฟิก

เอกสารแสดงให้เห็นถึงความไม่สบอารมณ์ของอุซามะห์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์

2012-05-09
โดย ไมเคิล โคลแมน
อุซามะห์ บิน ลาดิน ในภาพที่ถ่ายจากวิดีโอที่ได้มาจากบ้านพักของเขาในเมืองแอบบอตตาบัด หลังการเสียชีวิตของเขาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 บางส่วนของเอกสารหลายพันฉบับที่ได้มาจากบ้านพักของเขาได้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม [รอยเตอร์]

อุซามะห์ บิน ลาดิน ในภาพที่ถ่ายจากวิดีโอที่ได้มาจากบ้านพักของเขาในเมืองแอบบอตตาบัด หลังการเสียชีวิตของเขาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 บางส่วนของเอกสารหลายพันฉบับที่ได้มาจากบ้านพักของเขาได้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม [รอยเตอร์]

เอกสารที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่าอุซามะห์ บิน ลาดิน ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตไปกับการหัวเสียเรื่องกลุ่มย่อยอัลกออิดะห์ในปากีสถาน อิรัก และเยเมน เพราะเขาคิดว่าความประมาทของกลุ่มเหล่านั้นทำความเสียหายแก่หลักการของกลุ่มทั่วโลก

อุซามะห์ บิน ลาดิน ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์มาเป็นเวลานาน ถูกสังหารในระหว่างการจู่โจมของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วในเมืองแอบบอตตาบัด ปากีสถาน ยังได้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องความสัมพันธ์ของกลุ่มก่อการร้ายกับอิหร่านที่มีแต่ความขัดแย้ง ซึ่งสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะอิหร่านกักตัวสมาชิกในครอบครัวของบิน ลาดินเอาไว้

ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย (Combating Terrorism Center หรือ CTC] ที่โรงเรียนนายร้อยสหรัฐอเมริกาในเมืองเวสต์พอยต์ ได้แปลและวิเคราะห์เอกสารที่หน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือสหรัฐฯ ยึดมาจากบ้านพักที่หลบซ่อนตัวของบิน ลาดิน ในระหว่างการจู่โจมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 เอกสารที่เคยเป็นความลับดังกล่าวซึ่งได้รับการเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมปีนี้ แสดงให้เห็นว่า บิน ลาดิน ไม่สบอารมณ์ที่อิทธิพลของตนนอกกลุ่มอัลกออิดะห์ลดลง และตัวเองมีบทบาทน้อยลงเพราะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ลับสุดยอด และไม่สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้

“เอกสารนั้นกล่าวว่า บิน ลาดิน หนีได้แต่หลบซ่อนตัวไม่ได้” รายงานจาก CTC ระบุ “ดูเหมือนว่าเขาจะหนีน้อยมาก และซ่อนตัวเสียเป็นส่วนใหญ่”Text

เอกสารดังกล่าวได้ถูกเขียนขึ้นในระหว่างช่วงเดือนกันยายน 2549 ถึงเมษายน 2554 เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ของ CTC ระมัดระวังที่จะบอกว่าเอกสารนั้นซึ่งคัดออกมาจากเอกสารปึกใหญ่กว่ามาก แสดงให้เห็นเพียงบางส่วนถึงความคิดของบิน ลาดิน และวิธีคิดของเขาในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมาเท่านั้น

นักข่าวปากีสถานบอกว่าอุซามะห์ ‘ไม่ได้เป็นผู้สั่งการ’ แล้ว

“ผมตีความว่านี่เป็นบันทึกของคนที่ไม่สบอารมณ์อย่างมาก” อาเหม็ด ราชิด นักข่าวชื่อดังชาวปากีสถานและผู้เขียนหนังสือ “ตาลิบัน” และ “ปากีสถานใกล้หายนะ” “แม้ว่าจะใช้ความพยายามอย่างมากในการเขียนจดหมายเหล่านี้และตั้งคำถามเกี่ยวกับทุกอย่างก็ตาม เขาก็ไม่ได้เป็นผู้สั่งการแล้ว เขาไม่ใช่คนที่มีอำนาจ และไม่ได้รับการตอบสนองเท่าไหร่จากสิ่งที่เขากำลังพูดหรือแนะนำ

“นี่คือชายคนหนึ่งที่นั่งในห้องและพยายามใช้สมองคิดถึงอนาคตของตัวเองและอนาคตของกลุ่ม โดยไม่มีการติดต่อกับภายนอกเลย” ราชิดกล่าวเสริม “ดูเหมือนว่าอันนี้เป็นการกระทำของคนที่ไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง”

การวิเคราะห์ของ CTC แสดงว่า บิน ลาดิน ได้กระตุ้นให้บรรดาลูกน้องของเขาล้มเลิกการจู่โจมต่าง ๆ ภายในประเทศที่จะคร่าชีวิตคนมุสลิม และหันไปมุ่งความสนใจที่ “เป้าหมายที่ต้องการ” คือการสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่สหรัฐอเมริกาแทน

จากเอกสารที่เปิดเผยออกมานั้น รายงานของ CTC กล่าวว่า “ความไม่สบอารมณ์ของบิน ลาดิน ที่มีต่อกลุ่มมุสลิมญิฮาด และการที่ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถควบคุมการกระทำและแถลงการณ์ที่ออกมาของกลุ่มเหล่านั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่สุด”

บิน ลาดิน เห็นว่ากลุ่มย่อยไม่มีความสามารถ

รายงานนั้นกล่าวว่า บิน ลาดิน หงุดหงิดใจที่เห็นความไร้สามารถของบรรดาแกนนำของ “กลุ่มย่อย” อัลกออิดะห์ในอิรัก ปากีสถาน และเยเมน และเขาไม่ยอมให้กลุ่มเหล่านั้นใช้ชื่ออัลกออิดะห์อย่างเป็นทางการ เอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บิน ลาดิน ไม่ประทับใจที่บุคคลเหล่านั้น “ขาดไหวพริบทางการเมืองที่จะให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนของประชาชน ไม่ประท้บใจในการหาเสียงทางสื่อและปฏิบัติการที่ขาดการวางแผนที่ดี อันทำให้ชาวมุสลิมหลายพันคนได้เสียชีวิตไปโดยไม่มีความจำเป็น”

“สำหรับด้านการปฏิบัติการ กลุ่มย่อยเหล่านั้นไม่ได้ปรึกษากับบิน ลาดิน หรือไม่ต้องการปฏิบัติตามคำสั่งของเขา” รายงานกล่าว “ดังนั้น แนวคิดที่ว่า ‘AQC’ [ศูนย์กลางของอัลกออิดะห์] เป็นกลุ่มที่ควบคุม ‘กลุ่มย่อย’ ในภูมิภาค จึงเป็นสิ่งที่คนภายนอกเข้าใจเท่านั้น หาใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงไม่”

รายงานดังกล่าวเสริมว่า “เพราะไม่มีอำนาจควบคุมการปฏิบัติการของกลุ่มมุสลิมญิฮาดในภูมิภาค ลักษณะการเขียนในจดหมายหลายฉบับที่บิน ลาดิน เขียนขึ้นจึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขากำลังดิ้นรนที่จะใช้อิทธิพลซึ่งมีเพียงน้อยนิดต่อกลุ่มมุสลิมญิฮาดเหล่านั้น”

แม้ว่าผู้สังเกตการณ์ภายนอกหลายคนอาจคิดว่า จุดมุ่งหมายของบิน ลาดิน เกี่ยวกับสหรัฐอเมริกานั้นจะค่อนข้างตรงกับของอิหร่านก็ตาม แต่เอกสารนี้กลับเผยให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจอย่างมากต่อกันและกันระหว่างรัฐบาลอิหร่านและผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์คนนี้

สัมพันธภาพที่ง่อนแง่นของอัลกออิดะห์กับอิหร่านและปากีสถาน

“การเอ่ยถึงอิหร่านแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์กับอิหร่านไม่ใช่แบบร่วมด้วยช่วยกัน แต่เป็นการเจรจาต่อรองทางอ้อมที่มักจะไม่ลงรอยกัน เกี่ยวกับการปล่อยตัวมุสลิมญิฮาดและครอบครัวของคนเหล่านั้นที่ถูกกักตัวไว้ รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวของบิน ลาดินด้วย” รายงานของ CTC กล่าว “ดูเหมือนว่าการกักกันตัวสมาชิกคนสำคัญของอัลกออิดะห์ไว้จะเป็นเหตุให้เกิดการข่มขู่ขึ้นหลายต่อหลายครั้ง เกิดการลักพาตัวประกันและการเจรจาต่อรองทางอ้อมระหว่างอัลกออิดะห์และอิหร่าน ซึ่งได้ยืดเยื้อมาเป็นเวลาหลายปีและอาจจะยังคงมีอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ”

รายงานของ CTC กล่าวเสริมว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างอัลกออิดะห์และอิหร่านเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้าใจยากที่สุดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของอัลกออิดะห์”

ซาอิฟ อัล-อาเดล แกนนำคนสำคัญคนหนึ่งของอัลกออิดะห์ เขียนในจดหมายที่ได้มาก่อนการบุกเข้าจู่โจมที่เมืองแอบบอตตาบัดว่า หลังจากที่สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถานเมื่อปี 2544 สมาชิกกลุ่มอัลกออิดะห์จำนวนมากได้เดินทางไปอิหร่าน โดยคิดว่าจะไม่มีใครมาทำอะไร อัล-อาเดล เขียนว่า แต่อิหร่าน “กลับเริ่มจับกุมคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ และส่งตัวกลับไปยังบ้านเกิด” ซึ่งอัล-อาเดล เชื่อว่าเป็นเพราะอิหร่านถูกกดดันจากสหรัฐฯ

รายงานดังกล่าวบอกว่า การพูดถึงปากีสถานของบิน ลาดิน (อย่างน้อยในเอกสารที่เปิดเผยออกมาต่อสาธารณชน) “ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นและไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด” เอกสารดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าอัลกออิดะห์และกลุ่มก่อการร้ายชาวมุสลิมไม่ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทางการปากีสถานดังที่ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อ

“แม้ว่าจะมีการอ้างถึงเกี่ยวกับ ‘พี่น้องชาวปากีสถานที่ไว้ใจได้’ แต่ก็ไม่มีการอ้างอิงอย่างโจ่งแจ้งถึงการสนับสนุนใด ๆ จากรัฐบาลปากีสถานที่มีให้แก่อัลกออิดะห์หรือสมาชิกของกลุ่ม” รายงานกล่าว

นอกจากนี้แล้ว บิน ลาดิน ยังแสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับการที่สมุนอัลกออิดะห์ถูกสังหารด้วยขีปนาวุธไร้นักบินในเขตวาซิริสถานเมื่อปี 2553 เขาขอให้ “พี่น้อง” ของเขาในเขตนั้นหลบไปยังที่ที่ปลอดภัย แนะนำให้คนเหล่านั้นเดินทางในวันที่มีเมฆมาก เพื่อที่ว่าขีปนาวุธไร้นักบินจะได้หาที่ตั้งของพวกเขาได้ไม่ง่ายนัก

รายงานกล่าวว่า “จดหมายของบิน ลาดิน เต็มไปด้วยคำสั่งอย่างละเอียดที่ต้องการให้ทำตาม เพื่อประกันความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของพี่น้องที่เหลือ แม้ว่างานของกลุ่ม ‘ควรจะดำเนินต่อไปในจังหวะที่ช้าลงในช่วงระยะเวลานี้ก็ตาม” ตามรายงานของ CTC บิน ลาดิน เขียนในจดหมายว่า “ทางการปากีสถานเริ่มกดดันพวกเราและจับตามองความเคลื่อนไหวของเราอย่างใกล้ชิด ทำให้ยากที่พี่น้องอาหรับและคนอื่น ๆ จะเดินทางไปถึงอัฟกานิสถานโดยผ่านทางปากีสถานได้”

อุซามะห์ได้กำลังใจจากเหตุการณ์อาหรับสปริง

บิน ลาดิน เห็นว่าเหตุการณ์อาหรับสปริงเป็นสิ่งดีที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของเขาในการสร้างรัฐอิสลามสากล เขาอยากที่จะล้มล้างราชวงศ์ซาอุฯ และรัฐบาลอื่นในแถบตะวันออกกลางมานานแล้ว และจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้นมาตามกฎหมายอิสลาม อย่างไรก็ตาม เขาไม่ดีใจที่กลุ่มต่าง ๆ อาจมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เช่น กลุ่มมุสลิมภราดรภาพในประเทศอียิปต์ ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นกลางเกินกว่าที่จะบรรลุความเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนได้ ที่จริงแล้ว บิน ลาดิน ไม่เห็นประโยชน์ของการเมืองแบบเดิม ๆ เลย

“ตามจุดยืนของอัลกออิดะห์ บิน ลาดิน ไม่สนใจกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ [และกลุ่มอิสลามรากฐานนิยมในทำนองเดียวกัน] โดยกล่าวหาว่ากลุ่มเหล่านั้นแสวงหา ‘ทางออกเพียงครึ่งเดียว’ รายงานกล่าว “จากคำพูดของเขา นี่หมายความว่าแม้ว่ากลุ่มเหล่านั้นจะอ้างว่าเป็นอิสลามก็ตามในการสนทนาทางการเมืองก็ตาม แต่กลุ่มเหล่านั้นก็ปฏิบัติเบี่ยงเบนจากคำสอนของศาสนาอิสลาม เมื่อตกลงที่จะใช้กระบวนการเลือกตั้งในการไปให้ถึงจุดมุ่งหมายของตน”

แต่บิน ลาดิน กลับเห็นว่าการปฏิวัติในตะวันออกกลางเป็นโอกาสในการเริ่ม “ปลุกปั่นคนที่ยังไม่ได้ลุกขึ้นมาต่อต้าน และกระตุ้นให้คนเหล่านั้นขัดขืนต่อผู้นำประเทศ”

บิน ลาดิน กระตุ้นให้กลับมาปฏิบัติการก่อการร้ายขึ้นอีกในอัฟกานิสถาน

รายงานของ CTC กล่าวว่า ในอัฟกานิสถาน บิน ลาดิน ต้องการให้บรรดาผู้ก่อการร้ายของเขาต่อสู้กับสหรัฐอเมริกาต่อไป เขาเชื่อว่าความพยายามของคนเหล่านั้นได้ทำให้อเมริกาอ่อนแอลง ทำให้มุสลิมที่อื่นต่อต้านผู้นำประเทศของตน และไม่เกรงกลัวอีกต่อไปว่าสหรัฐอเมริกาจะอยู่ในสถานะที่มีอำนาจในการสนับสนุนผู้นำเหล่านั้น

ราชิดกล่าวว่า จดหมายของบิน ลาดิน เผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท่าทีการวางก้ามของเขา หลังการโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายที่สถานทูตสหรัฐฯ ในเคนยา ไนโรบี และแทนซาเนียเมื่อปี 2541 และการโจมตีเมื่อเดือนกันยายน 2544 ที่นิวยอร์กและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในปี 2544

“เขาเป็นผู้นำมุสลิมญิฮาดของโลก และตอนนั้นก็ไม่มีใครกังขาในตัวเขา” ราชิดกล่าว “ตอนนี้ การที่บางกลุ่มที่ไม่สำคัญสักเท่าไหร่ แต่กระหายความรุนแรงเหล่านี้ ไม่ยอมรับฟังสิ่งที่เขาพูด ต้องเป็นสิ่งที่ไม่สบอารมณ์เขาอย่างมาก อำนาจของเขาน้อยลง และเขาต้องรู้สึกเสียหน้าอย่างมากเลยทีเดียว”

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนปัจจุบัน: 3.4 / 5 (371 ลงคะแนน)
 
 
ส่งความเห็น

นโยบายว่าด้วยการแสดงข้อคิดเห็นของ APD Forum

*ฟิลด์บังคับ




1500 อักขระที่สามารถพิมพ์ได้ (1500 อักขระสูงสุด)

Button

ความเห็นจากผู้อ่าน

 

wei lai เมื่อ 08/09/2012 ที่ 11:28AM

คนที่ขาดความเข้าใจในเรื่องเสรีภาพ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจะถูกล่อล่วงโดยแนวทางของบินลาเดนได้ง่าย ๆ บางครั้งระบอบเผด็จการกับประชาธิปไตยอาจถูกแบ่งโดยเส้นบาง ๆ เท่านั้น

DR.BALAKRISHNA เมื่อ 28/08/2012 ที่ 11:00AM

ผู้เขียนกล่าวได้ดีเกี่ยวกับบินลาดิน!

gdc เมื่อ 25/05/2012 ที่ 02:33AM

ไม่มีใครทำได้