APDForum.com คือนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ฉบับออนไลน์ ซึ่งเป็นนิตยสารทางการทหารที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สามเดือน โดยผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก APDForum.com เป็นสารคดีข่าวและการวิเคราะห์เกี่ยวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในแถบแปซิฟิกโดยนักข่าวประจำ APDForum.com และนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นในระดับนานาชาติสำหรับเจ้าหน้าที่ทางทหารของภูมิาคเอเชียและแปซิฟิก

ในการปฏิบัติการก่อการร้ายหลายครั้งที่ไม่ประสบความสำเร็จของบิน ลาดิน ได่คร่าชีวิตชาวมุสลิมไปหลายพันคน

2012-05-10
วิเคราะห์โดย มาร์ติน เซียฟฟ์
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2555 ชาวมุสลิมสวดมนต์วันศุกร์บนหลังคามัสยิดจาเมียในย่านแมนเดียนของเมืองแอบบอตตาบัด อุซามะห์ บิน ลาดิน ซึ่งถูกสังหารเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 ได้เปลี่ยนมุมมองของเขาในการคร่าชีวิตชาวมุสลิม เพื่อนำอำนาจสู่กลุ่มอัลกออิดะห์ [รอยเตอร์]

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2555 ชาวมุสลิมสวดมนต์วันศุกร์บนหลังคามัสยิดจาเมียในย่านแมนเดียนของเมืองแอบบอตตาบัด อุซามะห์ บิน ลาดิน ซึ่งถูกสังหารเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 ได้เปลี่ยนมุมมองของเขาในการคร่าชีวิตชาวมุสลิม เพื่อนำอำนาจสู่กลุ่มอัลกออิดะห์ [รอยเตอร์]

จดหมายของอุซามะห์ บิน ลาดิน เผยให้เห็นถึงความชั่วร้ายซึ่งเป็นที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว นั่นคือ ความกระหายอย่างบ้าคลั่งในการฆ่าผู้ที่นับถือศาสนาเดียวกันกับเขาและผู้ที่เขาเรียกว่าพันธมิตรทางศาสนาของเขา

ตัวเขานั้นไม่แตกต่างไปจากฮิตเลอร์ สตาลิน และรอแบ็สปีแยร์ เลย

อีเมลและจดหมายของบิน ลาดิน จำนวน 17 ฉบับ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยออกมาสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของบิน ลาดิน ที่จะแสดงตัวว่าอยู่ข้างเดียวกันกับคนที่เขาทำร้าย บิน ลาดิน อ้างว่าตัวเองไม่สบายใจที่เห็นชาวมุสลิมทนทุกข์ทรมานจากการโจมตีของเซลล์อัลกออิดะห์ของตัวเอง เขาขอให้สมุนโจมตีเป้าหมายที่ไม่ได้อยู่ในประเทศมุสลิม แต่คำขอนั้นมีขึ้นหลังจากความพยายามของเขาในการโค่นล้มรัฐบาลซาอุดีอาระเบียด้วยการก่อการร้ายครั้งใหญ่ ๆ ที่ในตอนแรกได้ผลดี ด้วยการระเบิดอาคารต่าง ๆ ในกรุงริยาด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2546 ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่าแล้วเท่านั้นText

การเสแสร้งของบิน ลาดิน

อีเมลของบิน ลาดิน เผยให้เห็นถึงการเสแสร้งของเขา เขาฆ่าชาวมุสลิม แต่ปากก็อ้างว่ารักชาวมุสลิม

แม้ว่าเขาจะแสดงออกถึงความไม่เต็มใจที่จะปฏิบัติการก่อการร้ายในประเทศมุสลิมอีกต่อไปก็ตาม แต่เขาเพิ่งแสดงออกอย่างนั้นในปี 2549 หลังจากที่ปฏิบัติการก่อการร้ายของกลุ่มอัลกออิดะห์ได้คร่าชีวิตชาวมุสลิมไปแล้วหลายพันคนในอิรัก เยเมน ซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งประเทศมุสลิมอื่น ๆ ด้วย

ในช่วง 4 ปีครึ่งที่อีเมลและจดหมาย 17 ฉบับนี้ครอบคลุมถึง ผู้ก่อการร้ายกลุ่มอัลกออิดะห์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้คร่าชีวิตคนมุสลิมมากกว่าคนที่ไม่ใช่มุสลิมมากนัก การโจมตีเหล่านั้นทำลายชื่อเสียงของกลุ่ม ดังที่บิน ลาดิน และพรรคพวกของเขายอมรับ

เอกสาร 17 ฉบับนั้นเป็นอีเมลหรือร่างจดหมายที่บิน ลาดิน และแกนนำคนอื่นๆ ของกลุ่มอัลกออิดะห์ได้เขียนขึ้นในระหว่างเดือนกันยายน 2549 [ห้าปีหลังจากที่กลุ่มอัลกออิดะห์จี้เครื่องบินโดยสารเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2554 ซึ่งคร่าชีวิตคนจำนวน 3,000 คน] ถึงเดือนเมษายน 2554 ไม่นานก่อนที่เขาจะถูกหน่วยคอมมานโดพิเศษ "เนวี ซีล" ของกองทัพเรือสหรัฐฯ สังหารในการบุกเข้าจู่โจมบ้านพักของเขาในเมืองแอบบอตตาบัด ปากีสถาน

ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายโพสต์เอกสารไว้ที่เว็บไซต์

เอกสารที่โพสต์ไว้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย [CTC] ที่โรงเรียนนายร้อยสหรัฐอเมริกาในเมืองเวสต์พอยต์ โดยเป็นเอกสารต้นฉบับภาษาอารบิกทั้งหมด 175 หน้า และคำแปลภาษาอังกฤษ 197 หน้า คำแปลของเอกสารเหล่านี้ได้โพสต์ไว้ที่เว็บไซต์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม

เอกสารเหล่านี้เผยให้เห็นว่า บิน ลาดิน จำต้องยอมรับว่าความปรารถนาอันสูงส่งของเขาในการโค่นล้มรัฐบาลของประเทศที่สนับสนุนโลกฝั่งตะวันตกและรัฐบาลที่มีความคิดเห็นเป็นกลางทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า และยังส่งผลร้ายแรงกลับมาถึงตัวเขาด้วย

จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งเขียนถึงบิน ลาดิน โดย “น้องชายที่รักที่คุณรู้จัก” ได้โจมตีนโยบายของบิน ลาดิน ที่มุ่งเป้าไปที่การก่อการร้ายใน “ประเทศมุสลิมโดยทั่วไป และคาบสมุทรอาหรับโดยเฉพาะ”

ก่อนหน้าจดหมายปี 2549 นี้ กลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาหรับได้มุ่งเป้าไปที่การพยายามก่อการร้ายภายในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อสั่นคลอนเสถียรภาพและล้มล้างระบอบกษัตริย์ของประเทศนี้ แต่กองกำลังรักษาความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียได้จัดการสลายการปฏิบัติการของกลุ่มอัลกออิดะห์ในประเทศซาอุดีอาระเบียลง และยังได้ล่าตัวแกนนำปฏิบัติการของกลุ่มอัลกออิดะห์อย่างน้อยสามคนในซาอุดิอาระเบียเป็นผลสำเร็จ และสังหารบุคคลทั้งสามในเวลาไล่เลี่ยกัน

การสนับสนุนที่กลุ่มอัลกออิดะห์เคยได้รับอย่างมากในประเทศซาอุดีอาระเบียได้จางหายไปในช่วงปีเหล่านั้น ภาวการณ์เดียวกันนั้นยังเกิดขึ้นในอิรักด้วย ซึ่งความโกลาหลของกลุ่มอัลกออิดะห์อยู่ในสถานะที่เลวร้ายที่สุดในช่วงเวลาเหล่านั้น และเหยื่อส่วนใหญ่ของการโจมตีเป็นชาวมุสลิมที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใด ๆ

กลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก [AQI] ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยตรงอย่างเปิดเผยสำหรับการโจมตีหลายครั้งที่เลวร้ายที่สุดเหล่านั้น หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการปฏิบัติการเหล่านั้น ในเดือนสิงหาคม 2546 กลุ่มนี้เกี่ยวข้องในการสังหารคน 17 คน ในสถานทูตจอร์แดนที่กรุงแบกแดด และคนอีกอย่างน้อย 86 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวมุสลิม ในการวางระเบิดสุเหร่าอิหม่ามอาลีในวันอาชูรออ์ที่เมืองนาจัฟ ประเทศอิรัก หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดนั้นคือ อญาโตลลอฮ์ ซาเญ็ด โมฮัมเหม็ด บากีร์ อัล-ฮาคิม

กำลังทหารกวาดล้างกลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก

ในช่วงปีต่อ ๆ มาหลังจากนั้น กองกำลังทหารและกองกำลังรักษาความมั่นคงของสหรัฐฯ และอิรักได้กำจัด AQI เกือบทั้งหมดฐานที่เป็นภัยคุกคามที่สำคัญในอิรัก เหตุผลหลักก็เพราะความเลือดเย็นของกลุ่มนี้ที่เข่นฆ่าบรรดาพลเรือน โดยเฉพาะชาวมุสลิม จึงทำให้ผู้ที่เคยเห็นด้วยและสนับสนุนกลุ่มนี้ตีตัวออกห่าง แต่ในช่วงปีเหล่านั้น บิน ลาดิน ก็ยังคงสั่งการและสนับสนุนนโยบายนั้นอยู่

จนถึงเมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่ปรึกษาจำนวนมากของบิน ลาดิน รับรู้ได้ชัดเจนถึงความนิยมที่ลดน้อยลงที่มีต่อกลุ่มอัลกออิดะห์ ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้ถึงบิน ลาดิน ได้วิเคราะห์ให้เห็นว่าเพราะเหตุใดการก่อการร้ายในซาอุดีอาระเบียจึงล้มเหลว และบอกกับบิน ลาดิน ตรง ๆ ว่าตอนนี้คนในซาอุดีอาระเบียมีปฏิกิริยาที่ไม่ดีต่อคำว่า “ญิฮาด” ก็เพราะคำคำนี้เกี่ยวข้องกับการที่กลุ่มอัลกออิดะห์นำคำนี้ไปใช้อย่างบิดเบือน ผู้เขียนจดหมายฉบับนั้นขอให้บิน ลาดิน เปลี่ยนกลยุทธ์โดยรวมของเขา เพราะความเคลื่อนไหวของเขาภายในโลกอาหรับประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เห็นชัดถึงความล้มเหลวและความไม่สบอารมณ์

เอกสารเหล่านี้ยังเป็นการศึกษาถึงความล้มเหลวและความไม่สบอารมณ์ของบิน ลาดินด้วย เขาไม่ได้เป็นนักคิดนักวางแผนที่มั่นใจผู้อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายทั่วโลก หรือยินดีปรีดาในอำนาจและชื่อเสียงของเขาอย่างเคยอีกต่อไปแล้ว บิน ลาดิน ตระหนักว่ากำลังคนของเขาไม่สามารถได้รับการจูงใจทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญไม่ว่าจะในที่ใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาตระหนักว่าความพยายามของเขาในการล้มล้างรัฐบาลระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์หลักของเขามาตั้งแต่ปี 2546 ได้ล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า

ในเอกสารที่เขียนขึ้นระหว่างปี 2549 ถึง 2554 โดยฉบับสุดท้ายเขียนเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกสังหาร แสดงให้เห็นว่า บิน ลาดิน ได้ถอยกลับสู่โลกแห่งความเพ้อฝัน เขาหมกมุ่นอย่างมากกับความคิดที่ว่ากลุ่มของเขาสมควรที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่ นอกจากนี้เขายังยอมรับว่านโยบายที่ผิดของเขาได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง และเป็นเหตุให้เกิดการจงเกลียดจงชังอย่างกว้างขวางต่อการบิดเบือนการใช้และการตีความที่อัลกออิดะห์และพันธมิตรของกลุ่มได้ทำให้เกิดขึ้น

บิน ลาดิน เสียใจที่มีการต่อต้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อการโจมตีที่ทำต่อชาวมุสลิม

“ชาวมุสลิมไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการฆ่าเหล่านั้น” เขาเขียน “เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่เป็นเหตุให้สูญเสีย [การสนับสนุนต่อ] มูจาฮิดีน [นักรบศักดิ์สิทธิ์] ก็คือ การที่คู่อริ [ศัตรูของอัลกออิิิดะห์] แสวงหาประโยชน์จากความผิดพลาดหลายต่อหลายครั้งของเรา ซึ่งเป็นการทำลายภาพพจน์ของอัลกออิดะห์ในสายตาของคนทั่วไป จุดประสงค์ของศัตรูก็คือ เพื่อแยกมูจาฮิดีนออกจากกลุ่มผู้ให้การสนับสนุน คงไม่ต้องบอกเลยว่า ประเด็นนี้ที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียภาพพจน์ที่ดีของเราในหมู่คนในประเทศ ได้ทำให้ความเคลื่อนไหวของมุสลิมญิฮาดอ่อนแรงลง”

ที่ปรึกษาบอกบิน ลาดิน ว่าชื่อเสียงของกลุ่มอัลกออิดะห์กำลังตกต่ำลง

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ของสหรัฐเผยว่า ผู้เขียนจดหมายอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ระบุชื่อ ได้บอกกับบิน ลาดิน ว่า กลุ่มอัลกออิดะห์กำลังสูญเสียความนิยมและความน่าเชื่อถือลงอย่างเห็นได้ชัดในประชาคมมุสลิม และเขาได้ระบุว่าเหตุผลหลักเป็นเพราะบิน ลาดิน เคยสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีในกลุ่มประเทศอาหรับที่นับถือศาสนาอิสลาม

เขาบอกบิน ลาดิน อย่างชัดเจนว่า ให้ยุตินโยบายที่อนุมัติให้ทำการโจมตีทั่วแถบคาบสมุทรอาหรับ แต่กระนั้นก็ตาม บิน ลาดิน ก็ยังอนุมัติให้มีการโจมตีชาวสหรัฐฯ ในประเทศมุสลิมต่างๆ เช่น อัฟกานิสถาน และอิรัก

“เราคิดว่าที่ที่ดีที่สุดและได้ผลที่สุดในการโจมตีสหรัฐอเมริกาคือ ที่ที่สหรัฐฯ เข้าไปพัวพันด้านการทหารอยู่ เช่น ในอัฟกานิสถานและอิรัก” ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้เขียน “การมุ่งความพยายามไปยังบริเวณเหล่านี้จะดีกว่าการกระจัดกระจายความพยายามออกไป และเป็นการป้องกัน ‘ภัย’ ที่อาจมาพร้อมกับความพยายามเหล่านั้น เห็นได้ชัดว่าคำว่า “ภัย” นี้หมายถึงความเดือดดาลของชาวมุสลิมธรรมดา ๆ หลังจากที่ได้เห็นคนจำนวนมากถูกสังหารหมู่การโจมตีของผู้ก่อการร้าย

เอกสารเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นชัดด้วยว่า ในช่วงห้าปีสุดท้ายของบิน ลาดิน เขาได้สูญเสียอำนาจการควบคุมกลุ่มย่อยของอัลกออิดะห์ด้วย ผู้สั่งการปฏิบัติการประจำภูมิภาคของเขาเห็นว่าเขาเป็นเพียงผู้เฒ่าคนหนึ่งเท่านั้น และจะละเลยคำสั่งและคำแนะนำของเขาเมื่อไหร่ก็ได้

“ความไม่สบอารมณ์ของบิน ลาดิน ที่มีต่อกลุ่มมุสลิมญิฮาดในภูมิภาค และการที่ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถควบคุมการกระทำและแถลงการณ์ที่ออกมาของกลุ่มเหล่านั้นได้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่สุดจากเอกสารที่เปิดเผยออกมาทั้ง 17 ฉบับนั้น ‘จดหมายจากแอบบอตตาบัด’ เป็นการค้นหาและอธิบายเหตุการณ์และสถานการณ์แวดล้อมของเขาในขณะนั้นจากเอกสารทั้ง 17 ฉบับ ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้ในการถกและหารือกันในวงการศึกษา” เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ของ CTC เขียน

สรุปก็คือ ความกังวลที่บิน ลาดิน แสดงออกมาในช่วงปีท้าย ๆ ของชีวิตเขาเกี่ยวกับการสังหารชาวมุสลิมคนอื่น ๆ เป็นเพียงการเสแสร้งเท่านั้น เพราะเขายังคงเต็มใจที่จะฆ่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่เขาเริ่มแสดงความกังวลเหล่านี้ออกมาเป็นการส่วนตัว ก็เมื่อหลังจากที่นโยบายเชิงรุกที่ฮึกเหิมของเขาซึ่งพร้อมที่จะฆ่าชาวมุสลิมนับพันและนับหมื่นคนในประเทศอย่างซาอุดีอาระเบีย อิรัก และเยเมน ได้ล้มเหลวลง และย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนปัจจุบัน: 3.0 / 5 (426 ลงคะแนน)
 

ไม่มีความเห็นสำหรับบทความนี้ คุณต้องการเสนอความเห็นเป็นคนแรกหรือไม่

 
ส่งความเห็น

นโยบายว่าด้วยการแสดงข้อคิดเห็นของ APD Forum

*ฟิลด์บังคับ




1500 อักขระที่สามารถพิมพ์ได้ (1500 อักขระสูงสุด)

Button