APDForum.com คือนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ฉบับออนไลน์ ซึ่งเป็นนิตยสารทางการทหารที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สามเดือน โดยผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก APDForum.com เป็นสารคดีข่าวและการวิเคราะห์เกี่ยวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในแถบแปซิฟิกโดยนักข่าวประจำ APDForum.com และนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นในระดับนานาชาติสำหรับเจ้าหน้าที่ทางทหารของภูมิาคเอเชียและแปซิฟิก

ฟิลิปปินส์ซบสหรัฐฯ และยุโรปเพื่อปรับปรุงศักยภาพของกองทัพ

2012-05-24
โดยเรเน พี. อะคอสต้า
เครื่อง SF 260 FH ของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์บินเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2555 เจ้าหน้าที่ของกองทัพและรัฐบาลร่วมกันวางแผนเพื่อปรับปรุงกองทัพให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น [รอยเตอร์]

เครื่อง SF 260 FH ของกองทัพอากาศฟิลิปปินส์บินเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2555 เจ้าหน้าที่ของกองทัพและรัฐบาลร่วมกันวางแผนเพื่อปรับปรุงกองทัพให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น [รอยเตอร์]

มะนิลา - กรณีการโต้แย้งเกี่ยวกับพื้นที่ในแถบทะเลจีนใต้และปัญหาด้านความมั่นคงยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมของฟิลิปปินส์ตั้งเป้าที่จะปรับปรุงสมรรถนะของฟิลิปปินส์ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

โครงการประเมินและจัดซื้อยุทโธปกรณ์ดังกล่าวประกอบไปด้วยโครงการย่อย 138 โครงการของกองทัพ ส่วนหนึ่งคือการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ โวลแทรี กัซมิน รัฐมนตรีกลาโหมเผยระหว่างแถลงเปิดตัวโครงการ

นายกัซมินแถลงว่า สัญญานำส่งยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น รถถัง เครื่องบิน เรือติดอาวุธนำวิถี เรือต่อต้านเรือดำน้ำ และเครื่องบินต่อสู้อากาศยานคาดว่าจะมีการลงนามภายในเดือนกรกฎาคมหรือพฤศจิกายนเป็นอย่างช้า

นายกัซมินกล่าวว่าทางกองทัพต้องการพัฒนาขีดความสามารถของตนให้อยู่ในระดับที่สามารถตอบรับกับภัยคุกคามทั้งจากภายในและภายนอก นายกัซมินหวังที่จะเพิ่มศักยภาพในการป้องปรามเรือสัญชาติจีนที่เข้ามาในเขตที่พื้นที่ของฟิลิปปินส์เพื่ออ้างสิทธิ์ครอบครองในทะเลจีนใต้

ประธานาธิบดี เบนินโย อาควิโน III ได้สั่งการถึงผู้บัญชาการกองทัพเรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศในภูมิภาคดังกล่าว

โครงการปรับปรุงขีดความสามารถของกองทัพจะทำให้กองทัพฟิลิปปินส์มีศักยภาพเทียบเคียงได้กับประเทศใกล้เคียงทั้งในด้านขีดความสามารถและสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ พล.ท. เจสซี เดลโลซา เสนาธิการกองทัพฟิลิปปินส์กล่าว

“นอกจากนี้นี่ยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม...เนื่องจากเรามีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงในระดับภูมิภาคกับประเทศใกล้เคียง"

ทางกองทัพเรือเองก็มีการปรับปรุงขีดความสามารถของตนอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยได้มีการจัดแผนงาน การฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมให้แก่กำลังพลผ่าน "Fleet-Marine Team" พล.ร.ต. โฮเซ หลุยส์ อะลาโน กล่าว

"การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ สะท้อนถึงขีดความสามารถของกองทัพเรือที่เพิ่มมากขึ้น เราถือว่าส่วนประกอบเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของเรา" ผู้นำกองทัพอากาศเองก็ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของกองทัพ

“ภายในปี 2559 เราควรจะเพิ่มศักยภาพทั้งทางเรือและทางอากาศของเราให้เป็นที่รู้จักแก่ประเทศเพื่อนบ้าน … การปรับปรุงสมรรถนะของกองทัพคือสิ่งที่กองทัพอากาศฟิลิปปินส์เฝ้ารอมานาน และในที่สุดเราก็สามารถก้าวไปสู่ความฝันนี้" พล.ต. เรนาโต โลเร็นโซ แซนเชซ รองผู้บัญชาการกองทัพอากาศกล่าว

เงินสนับสนุนจากรัฐสภา

การขาดเงินทุนสนับสนุนส่งผลให้คณะรัฐบาลชุดเดิมที่ต้องการเสริมศักยภาพให้กับกองทัพรู้สึกไม่พอใจ

กรมการป้องกันประเทศขาดเงินทุนในการสนับสนุนโครงการที่คาดว่าจะมีมูลค่าอย่างน้อย 162 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปี 2563 นายกัซมินกล่าวว่ารัฐสภาได้อนุมัติข้อตกลงครอบคลุมระยะเวลาหลายปี (MYOA) เพื่อจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไปแล้ว

กิลเบอร์โต เทียวโดโร เองก็พยายามผลักดันข้อตกลงในปี 2552 อย่างเต็มที่ขณะดำรงตำแหน่งเจ้ากรมการป้องกันประเทศ

นอร์เบอร์โต กอนซาเลส เจ้ากรมป้องกันประเทศยังมีการผลักดันข้อตกลงในการปรับปรุงกองทัพสำหรับปี 2553 ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จแต่ นายกอนซาเลสเองก็ได้มีการลงนามในสัญญาจัดส่งเรือเอนกประสงค์จากเกาหลีใต้

นายกัซมินระบุว่าฟิลิปปินส์ไม่สามารถรอได้อีกในการปรับปรุงกองทัพ เนื่องจากเรามีแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในการปราบปรามภัยคุกคามที่สำคัญในประเทศและปัญหาท้าทายด้านพรมแดนที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้

"ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปฏิบัติการเพื่อความมั่นคงภายใน (ISO) โดยเฉพาะเรามีปัญหาพรมแดนที่คุกรุ่นมากขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาซึ่งเราจะมองข้ามไม่ได้"

เมื่อปีก่อนหน้าขณะที่ นายกัซมินเข้าพบกับ พล.อ. เลียง กวง ลี ของจีนที่กรุงมะนิลา ทางกองทัพพบว่าจีนได้มีการวางทุ่นเป็นจำนวนมากในเขตพื้นที่ที่ฟิลิปปินส์อ้างสิทธิ์ครอบครองอยู่

ประธานาธิบดีอาควิโนซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2553 มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเป็นอันดับแรก

โดยอาควิโนได้ทุ่มเงินถึง 16,852 ล้านเปโซ (396 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อปรับปรุงกองทัพนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2553 ถึงธันวาคมปี 2554 ก่อนหน้านี้ทางกองทัพได้รับเงินสนับสนุน 33,596 ล้านเปโซครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี หรือเฉลี่ยเพียง 2,240 ล้านต่อปีนับตั้งแต่ปี 2538 – 2553

การรุกรานของจีน

ในขณะเดียวกันฟิลิปปินส์เองก็มีการบันทึกกรณีการรุกล้ำของเรือจีนในเขตปกครองของตนบริเวณทะเลจีนใต้ไปพร้อมกัน

รัฐบาลของอาควิโนได้มีการยื่นหนังสือประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ (DFA) กรณีที่พบเรือจีนสองลำและเรือกองทัพปลดแอกประชาชนบริเวณแนวหาดเอสโคดา [ซาบินา] เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา

ฟิลิปปินส์กล่าวว่าแนวหาด Escoda เป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศ

DFA ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวนี้อยู่ใน "เขตอธิปไตยและน่านน้ำของฟิลิปปินส์"

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หน่วยลาดตระเวณทางทะเลและทางอากาศถูกสนธิกำลังมาเพิ่มในพื้นที่ดังกล่าว และในหมู่เกาะอื่น ๆ ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างสิทธิ์ครอบครอง พ.ต. นีล เอสเตรลลา จากหน่วยบัญชาการฝั่งตะวันตกของ AFP เผย

ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ชั้นนำของสหรัฐฯ และยุโรปได้รับมอบหมายให้จัดหายุทโธปกรณ์ให้แก่กองทัพ

นายกัซมินและทีมงานประเมินบินไปอิตาลีเพื่อตรวจสอบยุทโธปกรณ์ที่ต้องการจัดซื้อ คาดว่าทางทีมงานอาจมีแผนการเดินทางต่อไปยังสเปน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และเกาหลีใต้

ระหว่างเดินทางเยือนอิตาลี Gazmin ได้ลงนาม "ข้อตกลงดำเนินการ" กับ เจียมเปาโล ดิ เพาลา รัฐมนตรีกลาโหมของอิตาลีเพื่อจัดหายุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันจากอิตาลี

ฟิลิปปินส์เองยังมีแผนที่จะจัดซื้อเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง ระบบเรดาร์สังเกตการณ์แนวชายฝั่ง เครื่องบินเอนกประสงค์ต่อสู้อากาศยานและเครื่องบินลาดตระเวณพิสัยไกล

"เป้าหมายหลักของเราคือเพื่อพิจารณาโอกาสต่าง ๆ ในการตอบสนองความต้องการของกองทัพ สอดคล้องกับระบบและขั้นตอนที่เรากำหนด" นายกัซมิน กล่าว

AFP มีเครื่องบินฝึกซ้อมเบื้องต้นอยู่ 18 ลำที่ผลิตโดยอะเลเนีย เออร์แมคชิ บริษัทในอิตาลีที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ ผลิตภัณฑ์และพัฒนาเครื่องบินฝึกซ้อมด้านการทหาร

ทางกองทัพเรือเองก็ได้มีการจัดซื้อเรือลาดตระเวณชายฝั่งคลาสฮามิลตันจากสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 ซึ่งถือเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ โดยทางรัฐบาลคาดหวังที่จะจัดซื้อเรือประเภทดังกล่าวอีกสองลำ

ความร่วมมือด้านการทหารที่ใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ

นายกัซมิน ยังคงคาดหวังให้กองทัพสหรัฐฯ มีบทบาทที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดปฏิบัติการฝึกซ้อมร่วมภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงว่าด้วยการใช้ฐานทัพฟิลิปปินส์ของกองทัพสหรัฐฯ

บทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างดุลยภาพและป้องปรามภัยคุกคามที่กำลังแพร่กระจายเนื่องจากข้อพิพาทดินแดนในแถบทะเลจีนใต้

การส่งเรือของสหรัฐฯ มาประจำการในเขตแดนของฟิลิปปินส์อาจช่วยลดท่าทีที่รุนแรงของจีนในด้านพรมแดนลงได้บ้าง นายกัซมิน กล่าว

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนปัจจุบัน: 2.9 / 5 (397 ลงคะแนน)
 

ไม่มีความเห็นสำหรับบทความนี้ คุณต้องการเสนอความเห็นเป็นคนแรกหรือไม่

 
ส่งความเห็น

นโยบายว่าด้วยการแสดงข้อคิดเห็นของ APD Forum

*ฟิลด์บังคับ




1500 อักขระที่สามารถพิมพ์ได้ (1500 อักขระสูงสุด)

Button