พล.อ. วี.เค. ซิงห์ ผู้บัญชาการกองทัพบกที่จะถึงกำหนดเกษียณอายุกับข้อกล่าวหามากมาย
![วี.เค. ซิงห์ ผู้บัญชาการกองทัพบกยกมือแสดงการให้เกียรติ ดาตุก ซุลคิฟลิ ผู้แทนจากมาเลเซียระหว่างงานต้อนรับที่จัดขึ้นที่กรุงนิวเดลีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2555 [รอยเตอร์]](/shared/images/2012/05/30/india-embattled-generalAP.jpg)
วี.เค. ซิงห์ ผู้บัญชาการกองทัพบกยกมือแสดงการให้เกียรติ ดาตุก ซุลคิฟลิ ผู้แทนจากมาเลเซียระหว่างงานต้อนรับที่จัดขึ้นที่กรุงนิวเดลีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2555 [รอยเตอร์]
ก่อนลาจากตำแหน่งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พล.อ. วี.เค. ซิงห์ ผู้บัญชาการกองทัพบกถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในข้อหาทุจริต ค้าอาวุธ เปิดเผยข้อมูลลับที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี รวมทั้งข้อกล่าวหาพยายามก่อรัฐประหาร
ทั้งนี้ ซิงห์ เคยแพ้คดีฟ้องร้องกับรัฐเรื่องอายุของเขา ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า ซิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2493 ในขณะที่ ซิงห์ ระบุว่าตนเองเกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2494
แม้จะมีกำหนดเกษียณอายุในวันที่ 31 พฤษภาคม แต่การลงจากตำแหน่งครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่เป็นที่จับตามอง
เมื่อเดือนมีนาคม ซิงห์ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเกษียณอายุรายหนึ่งเสนอเงินให้แก่เขา 140 ล้านรูปี [2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ] เพื่อให้ผ่อนปรนมาตรการจัดการรถบรรทุก 600 คันที่ไม่ได้มาตรฐาน ซิงห์ กล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นในปี 2553 โดยเขาได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวโดยทันทีให้แก่ เอ.เค. แอนโทนี รัฐมนตรีกลาโหมของอินเดีย
แอนโทนียืนยันว่า ซิงห์ได้มีการแจ้งเรื่องดังกล่าวจริงโดย ซิงห์รบเร้าไม่ให้มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการ
เพื่อเป็นการแก้ต่างที่ไม่ได้ส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานตำรวจภายใต้กฎหมายป้องกันการทุจริต ซิงห์กล่าวว่า "ผมไม่สามารถทำอะไรได้เพราะนี่เป็นข้อเสนอทางอ้อมเท่านั้น ผมก็แค่บอกให้ปฏิเสธไป จากนั้นก็แจ้งเรื่องให้รัฐมนตรีกลาโหมทราบ"
แอนโทนีเรียกร้องให้สำนักงานสอบสวนกลาง (CBI) เข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว
โดยในวันที่ 30 มีนาคม ซิงห์ได้มีการส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง CBI เขากล่าวหาว่า พล.ท. เทจินเดอร์ ซิงห์ เสนอสินบนให้แก่เขา
เทจินเดอร์ ซิงห์ เป็นนายทหารเกษียณอายุและอดีตอธิบดีหน่วยสืบราชการรัฐของกลาโหมเมื่อสองปีก่อน เขาถูกกล่าวหาว่าเสนอสินบนให้แก่ผู้บัญชาการกองทัพบกในนามของ เทตรา เวคตรา ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่าง กามาซ ผู้ผลิตรถบรรทุกสัญชาติรัสเซียและบริษัทของอินเดีย
เทจินเดอร์ ซิงห์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและฟ้องหมิ่นประมาทผู้บัญชาการกองทัพบกรวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกบางส่วน
บริษัทค้าอาวุธ 6 แห่งถูกขึ้นบัญชีดำ
เพียงไม่กี่วันก่อนที่ พล.อ. ซิงห์ จะเปิดเผยกรณีการจ่ายสินบนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม อินเดียได้มีการประกาศไม่ซื้อขายกับบริษัทค้าอาวุธหกแห่งเป็นเวลา 10 ปีจากข้อกล่าวหาที่มีการพัวพันการจ่ายสินบนด้านอาวุธเมื่อปี 2552
บริษัททั้งหกรายที่ถูกห้ามซื้อขายกับกระทรวงกลาโหมของอินเดีย ซึ่งได้แก่ Singapore Technologies Kinetics Ltd, Rheinmetall Air Defense ของสวิสเซอร์แลนด์, Israeli Military Industries Ltd, Corporate Defense [CDR] ของรัสเซีย, RK Machine Tools Ltd ของอินเดีย และ TS Kisan Co Private Ltd. ตามข้อมูลจากแถลงการณ์ของรัฐบาล
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า “บริษัทเหล่านี้ถูกเสนอชื่อให้ขึ้นบัญชีดำโดย CBI ตามหลักฐานที่มีการตรวจพบ"
อินเดียชะลอสัญญาโครงการมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับบริษัทเจ็ดแห่งในปี 2552 หลังจากตำรวจจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมในข้อหารับสินบนจากบริษัทเหล่านี้
กรณีข้อมูลในหนังสือของผู้บัญชาการกองทัพถึงนายกรัฐมนตรีรั่วไหล
หนังสือถึง มานโมฮาน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดียลงวันที่ 12 มีนาคม 2555 รั่วไหลไปถึงสื่อมวลชน
จดหมายดังกล่าวระบุปัญหาและจดอ่อนต่าง ๆ ของกองทัพอินเดีย
พล.อ. ซิงห์ เปิดเผยในจดหมายว่า “ยุทโธปกรณ์ที่สำคัญอย่างเครื่องจักร เครื่องกล ปืนใหญ่ ระบบป้องกันทางอากาศ กองทหารราบและกองกำลังพิเศษ รวมทั้งวิศวกรและระบบให้สัญญาณต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่น่ากังวลมาก"
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงรถถังทั้งหมดของกองทัพว่า "ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการต่อต้านกับรถถังของศัตรู นอกจากนี้ระบบป้องกันทางอากาศถึงร้อยละ 97 ยังถือว่าล้าสมัยและไม่มีขีดความสามารถเพียงพอในการป้องกัน...จากภัยคุกคามทางอากาศ"
จดหมายยังได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่าหน่วยทหารราบมีข้อจำกัดอยู่มากมายและขาดยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในการสู้รบในเวลากลางคืน ทางด้านหน่วยปฏิบัติการพิเศษก็ "ขาดอาวุธที่จำเป็นในระดับที่ยอมรับไม่ได้"
พล.อ. ซิงห์ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาล “ค้นหาและจัดการ” ผู้ที่ทำให้ข่าวดังกล่าวรั่วไหลอย่างจริงจัง โดยถือว่าบุคคลดังกล่าวมีความผิดในข้อหากบฎ
"การรั่วไหลของจดหมายลับที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีถือเป็นความผิดร้ายแรงในข้อหากบฎ การกระทำดังกล่าวทำให้ผมเสียชื่อเสียงและจะต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม”
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังข่าวที่รั่วไหลดังกล่าว
การเคลื่อนไหว "ที่น่าจับตามอง" ของกองทัพในนิวเดลี
ในขณะเดียวกันอินเดียนเอ็กซ์เพรส ก็มีรายงานเมื่อวันที่ 4 เมษายนระบุว่าหน่วยราบในหรยาณาและหน่วยพลร่มที่ 50 ในอัตราของอุตรประเทศได้มีการเคลื่อนกำลังพลไปที่กรุงนิวเดลีในช่วงคืนวันที่ 16 มกราคม ในวันเดียวกัน พล.อ. ซิงห์ได้มีการเรียกร้องให้ศาลมีข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับวันเกิดของตนเอง
จากรายงานที่ชื่อว่า “The January night Raisina Hill was spooked” ระบุว่าการเคลื่อนกำลังพลดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่เป็นไปตามระเบียบของกองทัพที่ต้องแจ้งให้รัฐมนตรีกลาโหมทราบก่อนล่วงหน้า
ทั้งนี้ มานโมฮาน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าว
"นี่เป็นรายงานที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก และไม่ควรนำมาเป็นสาระอะไรจริงจัง" ซิงห์ กล่าว
แอนโทนี รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวว่ารายงานดังกล่าวขาดเหตุผลสนับสนุนที่น่าเชื่อถือ
“ข้อมูลนี้ไม่มีหลักฐานอะไรสนับสนุนเลย" แอนโทนี กล่าว “กรณีดังกล่าว (การเคลื่อนพล) ถือเป็นเรื่องปกติ...ไม่มีอะไรพิเศษ และเราแน่ใจว่ากองทัพอินเดียยังคงรักชาติอยู่เช่นเดิม”
เจ้าหน้าที่ของกองทัพระบุว่าการเคลื่อนกำลังพลดังกล่าวเป็นขั้นตอนการฝึกซ้อมตามปกติ และไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งขออนุมัติการเคลื่อนกำลังพลแต่อย่างใด
พล.อ. ซิงห์ ระบุว่ารายงานจากหนังสือพิมพ์ดังกล่าวไม่มีหลักฐานยืนยันและเป็นการกระทำที่โง่เขลา
เดอะ อินเดียน เอ็กซ์เพรส ยังคงยืนยันข้อมูลจากรายงานดังกล่าวโดยระบุว่ามีการตรวจสอบข้อมูลกันเป็นเวลาถึงหกสัปดาห์
อภิเชค ซิงห์วิ โฆษกของพรรคคองเกรสแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวโดยระบุว่า “ทางกองทัพคือเสาหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของเราและเป็นสิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านจะต้องอิจฉา คนที่ชอบคิดไปเองโดยขาดเหตุผลในเรื่องที่เปราะบางเช่นนี้จะต้องสำนึกว่าตนเองกำลังทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศ"
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ศาลสูงได้มีคำสั่งให้รัฐบาลกลางและสื่อมวลชนหยุดเสนอข่าวเรื่องการเคลื่อนกำลังพล





















ความเห็นจากผู้อ่าน
linbaomin เมื่อ 02/06/2012 ที่ 02:23AM
จีนจะต้องใช้เความวุ่นวายในอินเดียให้เป็นประโยชน์ด้วยการเริ่มสงครามและยึดครองอินเดียซะ