ปัญหาการเผชิญหน้ากันในกรณีทะเลจีนใต้กับความกังวลของนานาประเทศในภูมิภาคนี้
![ภาพถ่ายทางอากาศแสดงพื้นที่พิพาทในทะเลจีนตะวันออกซึ่งเป็นหมู่เกาะในญี่ปุ่นและหมู่เกาะเตียวหยูของจีน [รอยเตอร์]](/shared/images/2012/06/01/sea-region-reactionAP.jpg)
ภาพถ่ายทางอากาศแสดงพื้นที่พิพาทในทะเลจีนตะวันออกซึ่งเป็นหมู่เกาะในญี่ปุ่นและหมู่เกาะเตียวหยูของจีน [รอยเตอร์]
จีนยืนยันที่จะผลักดันมาตรการห้ามจับปลาประจำปีไปจนถึงวันที่ 1 สิงหาคม ในแถบทะเลจีนใต้ ขณะที่ฟิลิปปินส์ปฏิเสธที่จะยอมรับมาตรการดังกล่าวเนื่องจากกลัวว่าจะถูกใช้เป็นเหตุในการอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือเขตพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ อัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ได้มีการตอบโต้มาตรการห้ามจับปลาของจีนโดยแจ้งว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ออกคำสั่งดังกล่าวเองสำหรับเขตพื้นที่ของตนเพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำได้มีโอกาสฟื้นนตัว
อัลเบิร์ต ยังได้กล่าวย้ำในแถลงการณ์ดังกล่าวว่า “เราไม่ยอมรับมาตรการห้ามจับปลาของจีนเนื่องจากมีการประกาศเขตห้ามจับปลาข้ามเขตพื้นที่เศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของเรา"
การตอบโต้ระหว่างสองประเทศคุกรุ่นขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในวันที่ 8 เมษายนที่จีนขัดขวางกองกำลังของฟิลิปปินส์ในการเข้าจับกุมเรือประมงชาวจีนที่จับปลาในบริเวณนี้ เหตุดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสชาตินิยมอย่างรุนแรงขึ้นในจีนและฟิลิปปินส์ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสงครามการค้าระหว่างสองประเทศขึ้นตามมา
ขณะเดียวกันบรรดาหลายประเทศในบริเวณดังกล่าวต่างก็จับตามมองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสงวนท่าทีของตน หลายประเทศในภูมิภาคต่างไม่แสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวและไม่พร้อมที่จะเข้าไปพัวพันในข้อพิพาทแม้จะเป็นกรณีพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลของตนที่อาจถูกโต้แย้งโดยจีนก็ตาม
จีนและญี่ปุ่นร่วมกันหารือปัญหาหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก
เมื่อเร็ว ๆ นี้ญี่ปุ่นและจีนได้จัดการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงขึ้นที่เมืองหังโจวแนวชายฝั่งตะวันออกของจีนในวันที่ 14 พฤษภาคมเพื่อหาข้อยุติโดยสันติเกี่ยวกับสถานะของเกาะเตียวหยู (ของจีน) หรือเกาะเซนคาคุ (ของญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ไม่มีคนอยู่อาศัยในแถบทะเลจีนตะวันออก หมู่เกาะดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติและเคยเกิดข้อโต้แย้งทางการทูตระหว่างสองประเทศการมาก่อนหน้านี้แล้ว
ในส่วนของไต้หวันเองก็อ้างกรรมสิทธิ์เหนือแนวหาดสการ์บอรอฟ เช่นเดียวกันกับจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทดังกล่าวยังมีแนวทางประนีประนอมที่เป็นไปได้
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ไหลชิงหยวนประธานคณะกรรมการกิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งระบุว่าไต้หวันจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือท้าทายรัฐบาลปักกิ่งในการโต้แย้งเรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ไฉ่ซิงเอี๊ยอธิบดีกรมความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเปิดเผยกับคณะกรรมการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศของรัฐสภาว่าปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้ “ยังสามารถควบคุมได้” ตามข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทเปไทม์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ไฉ่ซิงเอี๊ยระบุว่า “ประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพในการทำสงครามล้วนไม่ต้องการก่อสงคราม นอกจากนี้ ประเทศที่ไม่มีศักยภาพในการทำสงครามเองก็ยิ่งไม่อยากให้เกิดสงครามขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ทางไต้หวันเองก็มีการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาค เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม รัฐมนตรีกลาโหมได้ประกาศนโยบายปฏิบัติการเร่งด่วนใหม่โดยการจัดตั้งหน่วยอากาศยานพิเศษที่สามารถลำเลียงกำลังพลไปยังพื้นที่ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
หนังสือพิมพ์ฟิลิปปินส์เดลีอินไควเรอร์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ว่าฝูงบิน ล็อกฮีต มาร์ติน C-130 Hercules เครื่องบินสัญชาติสหรัฐอเมริกาสามารถลำเลียงกำลังพลไปยังเกาะไท่ผิงซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสแปรตลีย์ที่กำลังมีข้อพิพาทได้ในเวลาเพียงสี่ชั่วโมง หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวยังระบุว่าในปี 2549 ไต้หวันได้มีการก่อสร้างรันเวย์ความยาว 3,795 ฟุต (1,150 เมตร) ขึ้นที่เกาะไท่ผิงซึ่งอยู่ห่างจากเกาะไต้หวันเป็นระยะทาง 860 ไมล์ (1,376 กิโลเมตร)
นานาชาติเรียกร้องให้มีการกำหนดมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค
มาเลเซียเรียกร้องให้มีการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ
หนังสือพิมพ์มาลายา บิสิเนส อินไซท์ สื่อของรัฐบาลมาเลเซียเรียกร้องให้มีการหาทางออกกรณีข้อพิพาทเขตแดนตามแนวหาดสการ์บอรอฟโดยสันติ
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม หนังสือพิมพ์มาลายา บิสิเนส อินไซท์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์ระบุว่ารัฐบาลจีนกำลังส่งสัญญาณอย่างชัดเจน “เรียกร้องให้มีการหาข้อยุติกรณีพิพาทเกี่ยวกับเขตแดนในทะเลจีนใต้อย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังกล่าวเตือนว่าความสัมพันธ์ในระดับหพุภาคีที่คุกรุ่นของทั้งสองจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในที่สุด
“รัฐบาลจีนพยายามกดดันอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าฟิลิปปินส์เองไม่มีกำลังเพียงพอที่จะต่อต้านกับจีนได้ เรา (มาเลเซีย) จึงเห็นว่าควรจัดให้มีการหาข้อตกลงร่วมกันโดยผ่านช่องทางทางการทูต”
เวียดนามยืนยันสิทธิ์ในเขตแดนที่ตนเองกล่าวอ้าง
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม เวียดนามเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เกิดกรณีพิพาทเรื่องเขตแดน กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามที่กรุงฮานอยได้เปิดแถลงการณ์ในเว็บไซต์ผ่าน หลวง ตันห์ หงิ โฆษกระบุเกี่ยวกับมาตรการห้ามจับปลาของจีนในแนวหาดสการ์บอรอฟ ว่า “เป็นการกระทำเกินขอบเขตอำนาจ” เวียดนามร่วมอ้างสิทธิ์เหนือเขตแดนในภูมิภาค
สองวันก่อนหน้านี้หรือเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม Platts.com ได้รับข่าวจากเวียดนามว่าบริษัท Petro Vietnam Exploration และ Production Co. (PVEP) หน่วยปฏิบัติการต้นน้ำของปิโตรเวียดนาม จะทุ่มเงินถึง 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในกิจการก๊าซและน้ำมันต้นทางระหว่างปี 2554-2558 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่พิพาทในแถบทะเลจีนใต้ โด แวน คานห์ ประธานกรรมการของ PVEP ระบุว่าแผนงานเหล่านี้จะส่งผลให้เวียดนามมีการเรียกร้องสิทธิ์เหนือดินแดนที่ตนเองกล่าวอ้างอย่างจริงจัง
ฟิลิปปินส์ระดมความช่วยเหลือจากนานาประเทศ
ในส่วนของฟิลิปปินส์ เดล โรซาริโอ ระบุว่าเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ฟิลิปปินส์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
จากข้อความถึง Philippines Daily Inquirer – del Rosario อ้างว่าญี่ปุ่นพร้อมจัดหาเรือลาดตระเวณขนาด 40 เมตรจำนวน 10 ลำให้แก่ฟิลิปปินส์ภายใต้แผนความช่วยเหลือด้านการพัฒนาของญี่ปุ่น โดยยังได้มอบเรือขนาดใหญ่อีกสองลำแก่ฟิลิปปินส์โดยไม่คิดมูลค่า
เดล โรซาริโอ ยังระบุอีกว่า ฟิลิปปินส์เองอยู่ระหว่างการเจรจากับเกาหลีใต้เรื่องการซื้อเครื่องบิน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน เบนินโย อาควิโน ที่สาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้มีการร้องขอเครื่องบิน เรือลาดตระเวณ และยุทโธปกรณ์บางส่วนจากลีเมียงบัคประธานาธิบดีเกาหลีใต้ขณะที่นายลีเดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์
ทั้งนี้สื่อของฟิลิปปินส์ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้มีการกระพือข่าวปลุกระดมกระแสต่อต้าน
"ถ้าจะถามว่าเราจะได้รับผลกระทบหรือไม่หากจีนคว่ำบาตรเรา ก็คงไม่มากนัก หมากัดไม่ทำให้ถึงตายแน่" ซีลิโต ฮาบิโต คอลัมนิสต์รายหนึ่งเปิดเผยใน ฟิลิปปินส์เดลีอินไควเรอร์ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม
ทั้งนี้ ฮาบิโต ยอมรับว่าข้อมูลจากจีนระบุมูลค่าการค้าของจีนกับประเทศต่าง ๆ ไว้ที่ 32,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
"จะเกิดอะไรขึ้นหากจีนปฏิเสธสินค้าจากฟิลิปปินส์ทั้งหมด" นั่นคือคำถามของ ฮาบิโต
จากตัวเลขในปี 2554 ฮาบิโต ระบุว่าฟิลิปปินส์อาจสูญเสียรายได้จากการส่งออกให้แก่จีนเป็นมูลค่า 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากตัวเลขของรัฐบาลจีนดังกล่าว ยอดรายได้จริงที่ต้องเสียไปอาจมากกว่านี้ถึงสองเท่า





















ไม่มีความเห็นสำหรับบทความนี้ คุณต้องการเสนอความเห็นเป็นคนแรกหรือไม่