APDForum.com คือนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม ฉบับออนไลน์ ซึ่งเป็นนิตยสารทางการทหารที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สามเดือน โดยผู้บัญชาการ กองบัญชาการทหารสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก APDForum.com เป็นสารคดีข่าวและการวิเคราะห์เกี่ยวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในแถบแปซิฟิกโดยนักข่าวประจำ APDForum.com และนิตยสารเอเชีย แปซิฟิก ดีเฟนส์ ฟอรัม เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นในระดับนานาชาติสำหรับเจ้าหน้าที่ทางทหารของภูมิาคเอเชียและแปซิฟิก

ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ จรรโลงความร่วมมือทางทะเล

2013-05-23
วิเคราะห์โดย มาร์ติน เซียฟฟ์
การฝึกไตรภาคี: เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz เดินทางมาถึงท่าเรือปูซานในเกาหลีใต้ เพื่อทำการฝึกร่วมระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ [เอเอฟพี]

การฝึกไตรภาคี: เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz เดินทางมาถึงท่าเรือปูซานในเกาหลีใต้ เพื่อทำการฝึกร่วมระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ [เอเอฟพี]

คำขู่ระลอกล่าสุดของเกาหลีเหนือว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ ทำให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นยุติความไม่เต็มใจที่มีมานาน และหันมาร่วมมือกันและเพิ่มการประสานงานไตรภาคีกับสหรัฐอเมริกา

แม้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะปะทะวาจากันอีกรอบเกี่ยวกับประเด็นทางประวัติศาสตร์ แต่ทั้งสองประเทศก็ยังคงร่วมมือกันต่อไปอย่างเงียบ ๆ ในทะเลหลวง

สามประเทศนี้จัดการฝึกทางทะเลร่วมกันทุกปีในทะเลจีนตะวันออก ครั้งล่าสุดมีขึ้นในระหว่างวันที่ 10-17 พฤษภาคม เมื่อเรือสงครามของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ร่วมกันฝึกปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยกับเรือจากกองเรือโจมตี Nimitz

กองเรือโจมตี Nimitz อันประกอบด้วยเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธและเรือพิฆาต ได้เข้าร่วมในพื้นที่ปฏิบัติการกองเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ จากฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม

การฝึกดังกล่าวจัดให้มีขึ้นทุกปี และมีความสำคัญ ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐอเมริกา และความสัมพันธ์ทวิภาคีด้านการกลาโหมและการทูตระหว่างพันธมิตรทั้งสองและสหรัฐอเมริกาก็แน่นแฟ้นกว่าที่เคยเป็นมา

ในทั้งสองกรณี ความวิตกในปัจจุบันเกี่ยวกับ คำขู่ของเกาหลีเหนือเมื่อไม่นานมานี้ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธเป็นเหตุให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นมุ่งมั่นที่จะรักษาการวางกำลังทหารของสหรัฐฯ ไว้ในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ การเผชิญหน้าของญี่ปุ่นกับจีนในเรื่องอำนาจอธิปไตยอาณาเขตเหนือหมู่เกาะเซนกากุ [ในจีนเรียกว่า หมู่เกาะเตียวหยูไถ่] ในทะเลจีนใต้ ยังย้ำถึงความเห็นชอบโดยทั่วไปของชาวญี่ปุ่นที่ต้องการคงความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ต่อไป

กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้กล่าวว่าการฝึกด้านมนุษยธรรมในการค้นหาและกู้ภัย [SAREX] ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม โดยมีกำลังทหารจากกองทัพเรือของทั้งสามประเทศเข้าร่วมในการฝึก หนังสือพิมพ์ฮานเคียวเรห์ในเกาหลีใต้รายงาน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม

หนังสือพิมพ์นั้นรายงานว่ามีเรือสงครามจำนวนหกลำเข้าร่วมในการฝึกดังกล่าว นั่นคือ เรือพิฆาตชื่อ คิง จียอง ที่มีระวางขับน้ำ 7,600 ตัน และติดอาวุธระบบ Aegis และเรือพิฆาตชั้นยีซุนชินชื่อ ชุงมูกอง ที่มีระวางขับน้ำ 4,200 ตัน ของเกาหลีใต้ เรือพิฆาตสองลำของสหรัฐฯ ที่มีอาวุธระบบ Aegis จากกองเรือโจมตี Nimitz และเรือพิฆาตชื่อ อาชิการ่า ที่มีระวางขับน้ำ 7,700 ตัน และติดอาวุธระบบ Aegis และเรือคุ้มกันชื่อ อากิซูกิ ระวางขับน้ำ 4,200 ตัน ของญี่ปุ่น เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nitmiz ไม่ได้เข้าร่วมในการฝึกครั้งนี้

หนังสือพิมพ์ฮานเคียวเรห์รายงานว่า การฝึกดังกล่าวเป็นการจำลองการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเรือเอกชนลำหนึ่งที่กำลังจมลงในน่านน้ำสากล "ตอนแรก กระทรวงกลาโหมพยายามเก็บเรื่องการฝึกร่วมนี้ไว้เป็นความลับ โดยขอให้สื่ออย่ารายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้จนกว่าการฝึกจะสิ้นสุดลง... แต่คำขอดังกล่าวต้องถูกยกเลิกลงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เมื่อหนังสือพิมพ์ซานไก ชิมบุน ของญี่ปุ่นรายงานข่าวเกี่ยวกับการฝึกร่วมนี้" หนังสือพิมพ์เกาหลีใต้ฉบับนั้นกล่าว

ความสัมพันธ์ง่อนแง่นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงสั่นคลอนต่อไป เพราะการโต้เถียงกันเกี่ยวกับบทบาทของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้น ทั้งสองประเทศจึงไม่เต็มใจที่จะขยายความร่วมมือด้านการกลาโหมให้เห็นกันอย่างเปิดเผย แม้ว่าทั้งสองประเทศจะกำลังเผชิญกับภัยคุกคามเดียวกันหลายอย่างก็ตาม

นี่เป็นสาเหตุว่าเพราะเหตุใดการฝึกไตรภาคีทางทะเลจึงยังคงมีความสำคัญอยู่ ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และเชิงการปฏิบัติ การฝึกนี้เป็นการยืนยันอีกครั้งถึงขีดความสามารถและความเต็มใจของกองทัพเรือเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในการร่วมมือซึ่งกันและกัน และกับสหรัฐฯ

แต่ทางการเกาหลีใต้ก็ยืนยันที่จะห้ามรายงานข่าวเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับจีน

การฝึกไตรภาคีทางทะเลดังกล่าวรักษาสถานะเดิมที่ได้รับการกำหนดไว้เป็นอย่างดีเอาไว้ เมื่อปีที่แล้ว ทั้งสามประเทศจัดการฝึกทางทะเลเป็นเวลาสองวันที่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี การฝึกเหล่านั้นมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันและการสื่อสารระหว่างกองทัพเรือเกาหลีใต้และกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น โดยร่วมมือกันในการปฏิบัติการทั้งการบรรเทาภัยพิบัติและการรักษาความปลอดภัยทางทะเล

เรือบรรทุกเครื่องบินที่ขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ชื่อเรือ USS George Washington และกองเรือโจมตีของเรือดังกล่าวเข้าร่วมในการฝึกเมื่อปี 2555 จากนั้นจึงทำการฝึกร่วมกับกองทัพเรือเกาหลีใต้ในทะเลเหลือง จากนั้น เรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวจึงได้ไปเยือนท่าเรือปูซานในเกาหลีใต้

ประกาศแผนสำรองกรณีฉุกเฉินเพื่อเตรียมรับคำขู่ของเกาหลีเหนือ

ความร่วมมือไตรภาคีด้านการกลาโหมระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีการพัฒนาที่สำคัญอีกขั้นหนึ่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม เมื่อสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ประกาศแผนสำรองกรณีฉุกเฉินชุดหนึ่งสำหรับความร่วมมือด้านการกลาโหมต่อการยั่วยุใด ๆ ของเกาหลีเหนือ โดยแผนดังกล่าวรวมถึงการมีส่วนร่วมของกำลังทหารของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่น

สก็อตต์ ดับเบิลยู ฮารอลด์ เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์เอเชีย ไทม์ว่า ข้อตกลงใหม่นี้มีความสำคัญต่อการกระชับความร่วมมือไตรภาคีและความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เขาเสริมว่าข้อตกลงนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นไปในทางที่ดีขึ้นด้วย

ข้อตกลงใหม่นี้มีขึ้นหลังจากการเจรจาไตรภาคีด้านการกลาโหมรอบล่าสุดที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นในกรุงโตเกียวเมื่อเดือนมกราคม การเจรจาดังกล่าวเป็นการเจรจาตามปกติเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา

การฝึกไตรภาคีเพื่อค้นหาและกู้ภัยในปี 2555 เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยินยอมเปิดเผยให้สาธารณชนทราบเกี่ยวกับการเข้าร่วมการฝึกร่วมกับญี่ปุ่น

หนังสือพิมพ์ฮานเคียวเรห์ตั้งข้อสังเกตไว้ในรายงานเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2555 ว่า “จีนคิดว่าการฝึกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อชะลอการขยายตัวทางทหารของจีน"

ตอนนั้น หนังสือพิมพ์ดังกล่าวได้หยิบยกคำพูดของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ที่บอกว่า ญี่ปุ่นเข้าร่วมในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ในการฝึกร่วมทางทะเลระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้เมื่อปี 2551 และ 2553 ในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากที่การฝึก RIMPAC [Rim of the Pacific] เสร็จสิ้นลง

สามชาติ ‘เผชิญกับภัยคุกคามเดียวกัน’

แดเนียล สไนเดอร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการวิจัยที่ศูนย์วิจัยวอลเตอร์ โลเรนสไตน์ เอเชียแปซิฟิก ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขียนใน Christian Science Monitor เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม โดยตั้งข้อสังเกตว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่นกำลังถูกเร่งให้กระชับความร่วมมือด้านการกลาโหมซึ่งกันและกัน และกับสหรัฐฯ

นายสไนเดอร์ เขียนว่า “ทั้งสามประเทศนี้เผชิญกับภัยคุกคามเดียวกันจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งมีอาวุธที่ไปถึงเกาหลีใต้และฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นได้ กำลังทหารของสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นเป็นสิ่งสำคัญต่อการตอบสนองต่อสงครามในคาบสมุทรเกาหลี นอกจากนี้ ความร่วมมือไตรภาคียังอาจช่วยรักษาดุลยภาพของการแสดงกำลังทางทหารที่มากขึ้นของจีนในภูมิภาคนี้ได้ด้วย"

นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เน้นถึงความสำคัญของความร่วมมือไตรภาคีด้านการกลาโหมระหว่างสามประเทศนี้ เมื่อเขาพบกับ พัก กึน-ฮเย ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม

ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่าอุปสรรคสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้านการกลาโหมกับญี่ปุ่นคือ การที่เกาหลีใต้คิดว่าญี่ปุ่นไม่เต็มใจที่จะยอมรับความรู้สึกของคนเกาหลีและคนประเทศอื่น ๆ เกี่ยวกับการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2

“ความแตกต่างอันเนื่องมาจากประวัติศาสตร์กำลังขยายวงกว้างขึ้น” พัก กึน-ฮเย กล่าวอย่างตรงไปตรงมาใน สุนทรพจน์ของเธอต่อหน้าที่ประชุมร่วมของสภานิติบัญญัติสหรัฐฯ

เรียกร้องความเป็นเอกภาพ

ทว่า การวิตกกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องว่างทางประวัติศาสตร์ อารมณ์ และวัฒนธรรม ระหว่างประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและที่ทรงอิทธิพลทางอุตสาหกรรมสองประเทศที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือนี้ ก็กำลังเพิ่มมากขึ้นเช่นกันในญี่ปุ่น

“การจะหยุดยั้งการกระทำที่ยั่วยุของเกาหลีเหนือได้นั้น สามประเทศนี้จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพ” หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน หนังสือพิมพ์ที่มีอิทธิพลและเป็นที่ยกย่องมากที่สุดของญี่ปุ่น เขียนไว้ในบทบรรณาธิการเมื่อวันที่ 19 เมษายน

“ณ จุดนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องไม่สนใจความแตกต่างเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอาณาเขต และฉวยโอกาสทั้งหมดเพื่อหารือถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เร่งด่วน [กับจีน]" หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นกล่าว

“ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ มีประเด็นต่าง ๆ มากมายที่จะต้องสะสาง" หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นรับรู้ "ซึ่งรวมถึงการเจรจาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรี และความร่วมมือกันจัดการกับปัญหามลภาวะทางอากาศในจีนที่กำลังรุนแรงขึ้น

“ช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้นำของสองประเทศนี้จะต้องเปิดกว้างไว้ตลอดเวลา จึงจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้" หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นกล่าวต่อไป "... เหตุการณ์ที่ผิดปกติได้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งสามประเทศนี้มีผู้นำคนใหม่ แต่ผู้นำเหล่านั้นก็ยังไม่ได้มาพบปะกันอย่างเป็นทางการเลย"

ในยามที่น่าเป็นห่วงเช่นนี้ แรงกดดันที่จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นและต่อไปด้านการกลาโหมระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และระหว่างสองประเทศนี้กับสหรัฐฯ ดูเหมือนว่าจะมีมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนปัจจุบัน: 3.1 / 5 (449 ลงคะแนน)
 
 
ส่งความเห็น

นโยบายว่าด้วยการแสดงข้อคิดเห็นของ APD Forum

*ฟิลด์บังคับ




1500 อักขระที่สามารถพิมพ์ได้ (1500 อักขระสูงสุด)

Button

ความเห็นจากผู้อ่าน

 

李英 เมื่อ 17/08/2013 ที่ 07:54AM

เป็นโปรแกรมที่ดี

林影 เมื่อ 09/08/2013 ที่ 02:51AM

ก็ใช้ได้นะ

何春云 เมื่อ 13/07/2013 ที่ 09:43AM

ฉันหวังว่าทุกประเทศจะยุติการทำสงคราม

王欣 เมื่อ 26/06/2013 ที่ 06:09AM

ปกป้องประเทศบ้านเกิด (ของเรา)